Museum of London Archaeology (MOLA) Sasathorn Charoenphan คนไทยในต่างประเทศ นักขุดค้น นักโบราณคดี บุพเพสันนิวาส ประเทศอังกฤษ ศศธร เจริญพันธ์ สหราชอาณาจักร โบราณคดี

ความฝันนำทางชีวิต ศศธร เจริญพันธ์ นักโบราณคดีภาคสนาม กับงานขุดค้นในอังกฤษ

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / ความฝันนำทางชีวิต ศศธร เจริญพันธ์ นักโบราณคดีภาคสนาม กับงานขุดค้นในอังกฤษ

“ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แล้วเราจะไปได้ไกล” ประโยคสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจของ ศศธร เจริญพันธ์ เธอคือนักโบราณคดี หญิงไทยเพียงคนเดียว ที่ได้มีโอกาสทำงานสำรวจและขุดค้นภาคสนาม กับทีมนักโบราณคดีมืออาชีพที่มีชื่อเสียงทั้งในสหราชอาณาจักรและภูมิภาคต่างๆทั่วโลกที่ชื่อว่า Museum of London Archaeology (MOLA)

และแม้เวลาที่ต่างกันเกือบ 8 ชั่วโมง แต่เธอก็ยังใจดี สละเวลามาให้สัมภาษณ์กับทีมงาน Women MThai หลังจากพูดคุยกันไป เราก็ได้พบว่าศศธรเปี่ยมไปด้วยอัธยาศัยและพลังบวกตลอดจนความมุ่งมั่นที่จะสานฝัน โดยทำในสิ่งที่ตัวเองสนใจมาตั้งแต่เด็ก เรามาทำความรู้จักกับตัวตนของเธอกันค่ะ

สมัยวัยเด็กที่ถือพานไหว้ครูกับคู่จิ้นตอนอยู่อนุบาล2 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่

เรื่องราวชีวิตในวัยเด็ก ของ ด.ญ. ศศธร เจริญพันธ์

เราเติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลาง อยู่กับครอบครัวที่มีคุณชวด คุณยาย คุณแม่ แล้วก็น้าๆผู้หญิงทั้งหมด เรียกว่าโตขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มสตรีเหล็กเลยล่ะ โดยเฉพาะคุณชวด ท่านเป็นตัวอย่างของลูกผู้หญิงที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา ทุกอย่างในบ้านทำเองหมด ตั้งแต่ทำอาหาร ทำสวน ซ่อมบ้าน ตอนนั้นเราเป็นหลานคนเดียว ทุกคนให้ความรักและดูแลกันเป็นอย่างดี แต่ก็ทำให้ต้องทำอะไรคนเดียว อ่านหนังสือคนเดียว แล้วก็มักจะอยู่ในโลกของตัวเอง เป็นอย่างนี้อยู่ตลอด

ภาพยนตร์เรื่อง ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าเป็นจุดเริ่มต้นให้ศศธรชอบการผจญภัย

จุดเริ่มต้นของการหันมาสนใจเป็นนักโบราณคดี

พอเราประมาณ 6-7 ขวบ วันหนึ่งได้ดูภาพยนตร์เรื่องขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า ที่มีอินเดียน่า โจนส์ เป็นพระเอก เราก็รู้สึกว่าโอ้โห! ชีวิตผจญภัยนี่มันน่าสนุกจริงๆ หลังจากนั้นก็คิดมาตลอดว่านี่แหละอาชีพในฝัน ฉันอยากเป็น “นักผจญภัย” ตอนนั้นยังไม่รู้จักว่านักโบราณคดีคืออะไร รู้แต่ว่าอยากเป็นเหมือนอินเดียน่า โจนส์ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าที่จริงอินเดียน่า โจนส์นั้นเป็นนักโบราณคดี

มีอะไรที่ต้องเตรียมตัวก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นพิเศษไหม?

ช่วงมัธยมปลาย เราตัดสินใจเลือกเรียนสายศิลป์-ภาษาฝรั่งเศส เพราะที่บ้านอยากให้เราเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคนเชียงใหม่ แต่เราอยากเรียนเป็นนักโบราณคดีมากกว่า เลยจงใจไม่อ่านหนังสือเพื่อให้สอบโควต้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไม่ได้ พอรู้ผลว่าไม่ได้ที่บ้านก็เสียใจมาก เพราะพวกเค้าเชื่อว่าเราจะต้องสอบได้ เราเองก็แอบเสียใจที่ทำให้ผู้ใหญ่ผิดหวัง แต่เพราะเรามุ่งมั่นจะเรียนโบราณคดีจริงๆ เลยเก็บพลังไว้เตรียมสอบเข้าโบราณคดี

ช่วงเตรียมตัวสอบเอ็นทรานส์ ซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายแล้ว ถ้าอยากเรียนก็มีแค่ทางเดียวคือต้องสอบให้ได้ ต้องทำให้ดีที่สุด ต้องสู้ให้สุดกำลัง ตอนนั้นก็ตั้งใจอ่านหนังสืออย่างหนัก โดยชวนเพื่อนมาติวด้วยกันที่โรงเรียนทุกวัน ทำอย่างนี้อยู่ตลอดทั้งปีจนสอบเสร็จ เมื่อถึงวันประกาศผลสอบ จำได้ว่าตื่นเต้นมาก ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พอเห็นชื่อตัวเองสอบติดคณะโบราณคดี เอกโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ตอนนั้นเราดีใจมากกอดคอร้องไห้กับเพื่อน ในที่สุดเราก็ได้เป็น 1 ใน 20 ของเด็กทั่วประเทศที่จะได้มีโอกาสเรียนที่นี่ เพราะวิชาเอกนี้ทางคณะจะรับแค่ 20 คนเท่านั้น แบ่งเป็นผู้ชายและผู้หญิง อย่างละ 10 เรียกได้ว่าเข้ายากพอสมควร

ขุดค้นภาคสนามครั้งแรกตอนอยู่ปี1 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (คุณศศธร คนกลางบนรถ ใส่พันคอสีเหลือง)

ระหว่างที่เรียน ความใฝ่ฝันตอนนั้นอยากจะทำงานที่ไหน

เราอยากเป็นข้าราชการ กรมศิลปากรค่ะ เพราะเราชอบอ่านนิยายเรื่องหุบเขากินคน ของคุณมาลา คำจันทร์ และเรื่องสุริยวรรมัน ของคุณทมยันตี เรียกได้ว่าเป็นคนช่างฝันมาก อ่านหนังสือแล้วทำให้เราอยากเป็นนักโบราณคดี อยู่ที่ปราสาทหินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์, ปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี หรือที่ไหนก็ได้ที่มีปราสาทหิน เพราะสถานที่เหล่านั้นทำให้เราได้เห็นความรุ่งเรืองของศิลปะขอมในประเทศไทยที่งดงาม อากาศดี เงียบสงบ ไม่เคยคิดว่าจะได้มาทำงานอยู่ต่างประเทศหรือไขว่คว้าที่จะไปอยู่นอกประเทศไทยเลย

ตอนเรียนอยู่ปี 3 กับทีมนักศึกษาในหลุมขุดค้นที่บ้านลุ่มสุ่ม จ.กาญจนบุรี

ทำไมถึงตัดสินใจสมัครงานที่อังกฤษ

เราต้องบอกก่อนว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตาและจังหวะชีวิต ที่ทำให้เราได้มาอยู่ที่นี่ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้งานที่สหราชอาณาจักร เนื่องจากที่นี่มีการแข่งขันสูงมาก มีคนเก่งๆ จากทั่วโลกต้องการทำงานที่นี่ โดยเฉพาะที่ลอนดอน ดังนั้นช่วงแรกๆเราทำงานสารพัดอย่าง เช่น เสิร์ฟอาหาร เฝ้างานในสนามฟุตบอล คอนเสิร์ต พนักงานต้อนรับและดูแลความปลอดภัยของโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์ ก่อนที่จะได้มาเป็นนักโบราณคดี

ระหว่างขุดค้นแหล่งโบราณคดีโรมันในลอนดอน

ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าถูกตอบรับให้เข้าทำงานเป็นสัญญา 1 เดือน

ตอนนั้นเราดีใจและงงมาก ไม่คิดว่าจะได้งาน เค้าเสนอมา 1 เดือนก็เอาแล้ว ตอนนั้นไม่ได้คาดหวังอะไร คิดแค่ว่าเรามีเวลา 31 วัน แสดงความสามารถของเราให้เขาเห็น เพราะฉะนั้นต้องทำให้ดีที่สุด ก่อนรับงาน เราไปคุยกับหัวหน้าพิพิธภัณฑ์ที่เราทำงานว่า “ฉันขอไปทำงานที่ฉันฝันไว้นะ นี่เป็นโอกาสเดียวที่ฉันจะทำตามฝันที่ฉันตามหามาตลอด แม้มันจะแค่ 1 เดือนก็ตาม หากเขาไม่ต่อสัญญา ฉันขอกลับมาทำงานกับเธอได้ไหม?” หัวหน้าก็ดีมาก เขาบอกว่า “ยินดีต้อนรับเธอเสมอ” เพราะเราเข้ากับทุกคนได้ ทำงานดี คำพูดนั้นทำให้เรากล้าที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เพราะเรารู้ว่าหากเราไปต่อไม่ได้ ก็ยังมีกัลยาณมิตรที่พร้อมจะต้อนรับเรากลับมา

คุณศศธร ผู้หญิงไทยคนเดียวกับทีมขุดค้นที่อังกฤษ

ความเป็นผู้หญิง ทำให้เกิดอุปสรรค หรือความกดดันอะไรในการทำงานบ้างไหม?

เราอยากจะบอกว่ามันมีปัญหามากมายค่ะ แถมยังเป็นผู้หญิงเอเชียตัวเล็กๆ ด้วย โดยเฉพาะการทำงานในลอนดอน ส่วนมากเป็นงานในแหล่งก่อสร้าง ที่ทำงานก็จะมีช่างก่อสร้างที่เป็นผู้ชายทั้งหมด มีนักโบราณคดีหญิงเพียงไม่กี่คน บางทีทั้งไซต์งานคนเป็นร้อย มีเราเป็นผู้หญิงคนเดียว เวลาเจอกันเราก็ทักทายเค้า ไม่ต้องไปคิดมากว่าเราเป็นผู้หญิง เป็นคนเอเชีย เวลาทำงานพวกเราคือเพื่อนร่วมงานที่ต้องช่วยเหลือกันไม่แบ่งเพศ ถ้ามีปัญหา ส่วนใหญ่จะพูดกันด้วยเหตุผล แต่ก็มีบ้างที่โดนพูดจาดูถูกผู้หญิงไทยต่อหน้าต่อตา จนเราทนไม่ไหว เครื่องมือที่ใช้ขุดค้นในมือ ก็ ‘บังเอิญ’ ลอยไปใส่หน้าคนพูดก็มีค่ะ ฝรั่งตัวใหญ่ ตัวเล็กเราก็ไม่เกี่ยง ศศธรลุยมาหมดแล้วทุกรูปแบบ

ทำงานหนัก มีวิธีการดูแลตัวเองยังไงบ้าง

เราพยายามรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ บุหรี่นี่เราไม่แตะเลย แอลกอฮอล์ก็นานๆครั้ง แต่ก็ไม่ดื่มมาก ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่นี่ เราเคยดื่มหนักมากแล้วยังแอบสูบบุหรี่ด้วย คิดย้อนกลับไปยังกลัวเลย เพราะมันทำลายสุขภาพมาก โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณซึ่งสำคัญมากสำหรับผู้หญิง โชคดีว่างานที่ทำ เราได้เคลื่อนไหวร่างกายตลอด เหมือนได้ออกกำลังกายไปในตัว แต่ข้อเสียของการอยู่ในทวีปยุโรปก็คือความอ้วน เพราะที่นี่ อากาศหนาว พอหนาวก็ต้องกิน เพราะร่างกายมันต้องการพลังงานไปสู้กับความหนาว ทีนี้พอกินมากก็อ้วน แล้วก็ลดยากเสียด้วย

อีกอย่างหนึ่งคือร่างกายที่ถ้าเสียไปแล้วซ่อมไม่ได้ โดยเฉพาะกระดูกสันหลังต้องระวังให้มาก พยายามอย่ายกของหนักเกินไป อย่าฝืน ให้หาเครื่องทุ่นแรงหรือคนมาช่วย สุขภาพและความปลอดภัยสำคัญมากกว่าเงิน ถ้าเราไม่ดูแลตัวเอง เจ็บป่วยไปก็โทษใครไม่ได้

งานรับน้องคณะโบราณคดีในชุดไทย

กระแสละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส กำลังมาแรงในเมืองไทย พูดถึงประเด็นนี้หน่อย

พอได้อ่านนิยายและดูละครเรื่องนี้แล้วชอบมากค่ะ ผู้แต่งคือคุณรอมแพง หรือพี่อุ้ย ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่คณะโบราณคดี รอมแพงเรียนวิชาเอกประวัติศาสตร์ศิลปะ ส่วนเราเรียนวิชาเอกโบราณคดี โทประวัติศาสตร์ศิลปะ พี่เขาเก่งมาก เป็นตัวอย่างที่น่าภาคภูมิใจของคนที่เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และยังนำความรู้และทักษะที่ได้เรียนมาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด

เราเองก็วนเวียนอยู่แถวอยุธยาหลายปีค่ะ แหล่งขุดค้นครั้งแรกตอนเป็นนักศึกษาปี 1 คือที่อยุธยา ได้งานครั้งแรกกับกรมศิลปากรก็ที่อยุธยา เลยมีความผูกพันพอสมควร พอเราเห็นคนไทยตื่นตัวกับประวัติศาสตร์อยุธยาก็ดีใจค่ะ เพราะดูเหมือนละครบุพเพสันนิวาส สร้าง Positive Impact (ผลกระทบด้านบวก)ให้กับสังคมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะยุคสมัยของโซเชียลมีเดียที่ช่วยให้คนไทยที่อยู่ต่างประเทศได้สนุกร่วมด้วยกัน เช่น การแต่งชุดไทยสวยๆ ไปถ่ายรูปตามโบราณสถานมาอวดกัน สร้างความรู้สึกที่ดีร่วมกัน สิ่งเหล่านี้อาจนำมาสู่ความสามัคคีปรองดองได้ เราดีใจที่คนไทยจำนวนมากเห็นคุณค่าของความเป็นไทยว่า เป็นสิ่งงดงามที่เรามีอยู่ใกล้ตัว หลายทศวรรษที่ผ่านมาเราได้มองข้ามสิ่งนั้นไป แล้วพยายามที่จะเป็นแบบคนอื่น เห็นวัฒนธรรมอื่นดีกว่า พยายามจะเลียนแบบเขาแล้วปฏิเสธความเป็นเรา บ้านเราก็มีวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามไม่แพ้ชาติใดๆ โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ พอเห็นกระแสนี้ของคนไทยในประเทศ ก็ยิ่งทำให้เรามีกำลังใจ มีความภูมิใจ ไปไหนก็ไม่อายใครที่จะบอกว่าเราคือคนไทย

ฝากถึงคนรุ่นใหม่ ที่อยากจะเข้ามาเรียนโบราณคดี

เราแนะนำว่าอย่างแรกคุณต้องถามตัวเองว่าคุณสนใจทางด้านโบราณคดีจริงไหม ชอบศึกษาค้นคว้าและทนลำบากได้ไหม เพราะนักโบราณคดีต้องเดินทางบ่อยมาก จะกินจะนอนก็ไม่ใช่สบาย อย่าคิดที่จะเรียนเพราะเห็นคนอื่นเป็นแล้วดูเท่ คุณไม่จำเป็นต้องไปทำตามใคร แต่ขอให้เอาสิ่งนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อปรับใช้กับตัวเอง คุณควรหาตัวเองให้เจอ แล้วไปตามฝัน แต่ละคนเกิดมามีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป บางคนถนัดด้านวิชาการ แต่บางคนถนัดด้านทักษะอาชีพ ดังนั้นเราต้องหความถนัดของตัวเองให้เจอเสียก่อน แล้วใช้ความสามารถนั้นให้เต็มที่ ก่อนอื่นเราอยากแนะนำว่า คุณต้องใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ทดลองเรียนหรือฝึกทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อที่จะเรียนรู้ว่าตัวเองชอบหรือสนใจอะไร ทำตามสิ่งที่ตัวเองรัก แล้วเราจะไปได้ไกล จะทำให้เรามีความสุขซึ่งความสุขในชีวิตนั้นสำคัญมากกว่าเงินทอง

สุดท้ายเราอยากจะฝากไว้เกี่ยวกับเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิตว่า หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตคนเรานั้น เราไม่สามารถเลือกได้ คนเก่งไม่จำเป็นว่าจะต้องได้ทำงานอยู่ต่างประเทศ ดังนั้นไม่ว่าฝันของคุณจะพาคุณไปอยู่ที่ไหนในโลกนี้ ก็ขอให้คุณทำงานนั้นอย่างเต็มที่ ทำให้ดีที่สุด แค่นี้คุณก็จะมีความสุขกับงานและฝันที่คุณตามหาละค่ะ

คุณยายเป็นหนึ่งในไอดอลของคุณศศธร เธอมีความฮา น่ารัก อยู่ด้วยแล้วมีความสุข
ขณะทำงานขุดค้นแหล่งโบราณคดีโรมันในเมืองลอนดอน
ชอบช้างมากๆ โดยเฉพาะช้างไทย
สำรวจแหล่งโบราณคดี ในทะเลทรายที่ประเทศกาตาร์

ประวัติ
ชื่อ ศศธร เจริญพันธ์
การศึกษา
ประถม : โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่
มัธยม : โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัย : คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
การทำงาน
– สำนักศิลปากรที่๓ พระนครศรีอยุธยา, กรมศิลปากร
– Museum of London Archaeology (MOLA)

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย : Women MThai Team

ขออนุญาตใช้เนื้อหา