มารู้เรื่องสารเติมเต็มในการศัลยกรรมกันเถอะ
สารเติมเต็ม (Filler Agents)
Filler ก็คือสารที่ใช้ฉีดเพื่อทดแทนคอลลาเจนในผิว ซึ่งจะช่วยลดและแก้ไขความบกพร่องของหน้าหรือเสริมในบริเวณที่ขาด เช่น ร่องแก้ม เสริมจมูก เสริมคาง เติมรอยหลุม ปรับรูปหน้าเป็นต้น
โดยทั่วไปอาจแบ่งกลุ่มสารเติมเต็มตามสภาวะเวลาที่สารคงอยู่หลังฉีดเข้าร่างกายได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
- สารเติมเต็มแบบไม่ถาวร (Non-permanent filler)
– Collagen ได้แก่ Zyderm, Xyplast,
– Hyaluronic acid ได้แก่ Hyaform gel, Restylane
– Captiane
- สารเติมเต็มแบบกึ่งถาวร (Semipermanent filler)
– Articoll
– Dermalive
– Bioplast
– Aquamid
– Amazing gel
- สารสังเคราะห์เลียนแบบธรรมชาติ (Bio Catolysis)
– Newfill
– Silicone เหลว
- สารธรรมชาติจากร่างกาย เช่น ไขมันหรือผิวหนังที่ตัดออกมา
– ไขมัน โดยดูดออกทางหน้าขาหรือผิวหนังแล้วนำไปฉีดในส่วนต่างๆ
ปัจจุบันนิยมใช้สารเติมเต็มในกลุ่มที่ 1 ได้แก่ Collagen และ Hyaluronic acid เนื่องจากมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพดี ได้รับการรับรองจากFDAของอเมริกา
สำหรับทางเอสธิกาคลินิก เราใช้สารเติมเต็มในกลุ่มของ Hyaluronic acid ( Restylane ) ซึ่งเป็นตัวเดียวที่องค์การอาหารและยาของประเทศไทยนั้นให้การรับรอง
Restylane เป็นสารตัวแรกที่สกัดจนได้สารที่เหมือนสารธรรมชาติ ในร่างกายมนุษย์ เป็นสารกลุ่ม Polysaccharide ที่มาเรียงต่อกันเป็นสาย Hyaluronic acid เป็นสารเติมเต็มตัวแรกที่ไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ แต่สกัดมาจากน้ำตาลที่ถูกย่อยโดยแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส
ขั้นตอนในการฉีดสารเติมเต็มนั้นก็ไม่ยุ่งยาก โดยแพทย์จะทำการทายาชาหรือฉีดยาชาก่อนทำการฉีด หลังฉีดแล้วเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที ให้สัมผัสเหมือนธรรมชาติ ไม่แข็งเกินไป ฉีดแต่ละครั้งอยู่ได้ 6-12 เดือนแล้วแต่ตำแหน่งที่ฉีด หากเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมากก็จะอยู่ได้สั้นกว่า นอกจากนั้นหากไม่พอใจก็สามารถแก้ไขได้เนื่องจากสารสามารถได้สลายตัวเองไปตามธรรมชาติ ไม่ห้อยย้อย
อย่างไรก็ตามผู้ป่วยควรงดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลื่อด เช่น วิตามิน อี น้ำมันตับปลา สารสกัดใบแปะก๊วย แอสไพริน ประมาณ 7 วันก่อนทำการรักษาเพื่อลดรอยช้ำหลังการฉีด
ในส่วนของค่าใช้จ่ายนั้นขึ้นอยู่กับตำแหน่งและปริมาณยาที่ใช้โดยเฉลี่ยจะมีราคาประมาณ 15,000 บาทต่อยาหนึ่งหลอดหรือ 1 ซีซี
ขอบคุณเนื้อหาจากเอสธิกาคลินิก







