เรียม สิงห์ทร ครูผู้สร้างชีวิต ‘เด็กดอย’ ชีวิตนี้ขอทำดีถวายพ่อหลวง!

Home / ผู้หญิงต้นแบบ / เรียม สิงห์ทร ครูผู้สร้างชีวิต ‘เด็กดอย’ ชีวิตนี้ขอทำดีถวายพ่อหลวง!

      “คนที่จะขึ้นมาสอนหนังสือสถานที่ใดก็แล้วแต่ ต้องมาด้วยใจ คนเป็นครูต้องมีหัวใจของความเป็นครู เมื่อมีหัวใจของความเป็นครูแล้ว ก็จะต้องมองปัญหาหรืออุปสรรคทุกอย่างให้เหลือน้อยที่สุด” ครูเรียม สิงห์ทร คุณครูโรงเรียนบ้านขอบด้ง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

เรียม สิงห์ทร

ครูเรียม สิงห์ทร คุณครูโรงเรียนบ้านขอบด้ง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ได้พาเราย้อนกลับไปเมื่อ 33 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะมาเป็นครูบนดอยว่า โดยพื้นเพครูเรียมเป็นคนกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ดอยอ่างขาง แล้วเกิดความประทับใจ จึงเขียนจดหมายอาสาสมัครมาเป็นครู ตอนแรกไม่คิดว่าจะถูกส่งไปอยู่กับชาวเขาเผ่ามูเซอ ในวันที่ไปถึงนั้นได้เดินเท้าจากดอยอ่างขางไปบ้านขอบด้งในระยะทาง 4 กิโลเมตร เพราะว่าเป็นวันที่ฝนตกมาก รถไม่สามารถที่จะขึ้นไปส่งได้ พอไปถึงแล้วเห็นโรงเรียน ซึ่งไม่เหมือนกับเป็นโรงเรียน ไม่มีนักเรียน มีเพียงอาคารหนึ่งหลังเก่าๆ และที่สำคัญมีดงฝิ่นเยอะมาก แต่เมื่อเราตัดสินใจที่จะมาแล้วก็เลือกที่จะอยู่ต่อ ครูเรียมไม่รู้ภาษามูเซอและภาษาเหนือ ในความรู้สึกตอนนั้นมีความตื่นเต้นที่อยากจะสอนหนังสือเด็ก จนผ่านมาสามอาทิตย์ก็ไม่มีวี่แววของเด็กนักเรียนที่จะมาเรียนหนังสือเลย จึงท้ออยากกลับกรุงเทพฯ เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า คิดว่าไม่อยู่แล้วขอบด้ง

ครูเด็กดอย

“แต่ก่อนที่จะกลับบ้านได้ตัดสินใจเข้าไปในห้องเรียน เพื่อหากำลังใจสุดท้ายที่จะยึดให้ตัวเองได้อยู่กับโรงเรียน เวลานั้นฝนตกหนักมาก ในห้องมีแต่ละอองฝนเปียกไปหมด เย็นเงียบเหงา แล้วก็ไม่มีที่พึ่ง มองไปรอบห้องหาสิ่งยึดเหนี่ยวใจให้เราได้อยู่ที่นี่ต่อ แล้วมองไปที่บนกระดานเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสวมเครื่องแบบทหารในกรอบเก่าๆ มีความรู้สึกว่าสายพระเนตรที่มองไปนั้นอบอุ่น ให้กำลังใจ แบบให้ลุกขึ้นสู้ รู้สึกเลยว่าพระองค์ท่านเป็นแรงบันดาลใจ จึงฮึดขึ้นมามีสติ และคิดว่า นักเรียนอยู่ที่ไหน ครูเรียมก็จะไปที่นั่น ” ครูเรียม เล่าถึงความรู้สึก

เด็กดอย

ครูเรียมเล่าต่อว่า ในตอนนั้นชาวบ้านเห็นว่าการเรียนหนังสือยังไม่สำคัญ เด็กไม่รู้จักโรงเรียน ไม่รู้ว่าโรงเรียนมีความสำคัญอย่างไร จึงคิดว่าแล้วจะทำอย่างไรให้เด็กๆ ในหมู่บ้านมาเรียนหนังสือกับเรา ครูเรียมจึงต้องเข้าไปในหมู่บ้าน เข้าไปทำความรู้จัก และสร้างความคุ้นเคยกับชาวบ้าน ชวนลูกหลานมาเรียนหนังสือ ด้วยการใช้วิธีในลักษณะเรียนปนเล่น โดยให้เด็กได้มีโอกาสได้เรียนและเล่นไปด้วย เอาธรรมชาติที่มีอยู่รอบตัวมาเป็นกระบวนการเรียนการสอน จนกระทั่งเด็กสามารถเข้าไปเรียนในชั้นเรียนได้ โดยเวลาเรียนจะแบ่งเวลาให้กับเด็กเล็กได้เล่น เด็กโตขึ้นมาก็เริ่มสอนการอ่านและการเขียนมากขึ้น

เด็กดอย

เมื่อถามถึงรางวัลชีวิตของ ‘ครูดอย’ นั้นคืออะไร ครูเรียมบอกกับเราว่า คือ การที่เด็กได้รับความรู้ มีพัฒนาการที่ดีขึ้น มีความสุขในการเรียนรู้ และที่สำคัญได้นำเอาความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เด็กมีความรู้ด้านคณิตศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เด็กก็สามารถไปทำบัญชีครัวเรือนที่บ้านได้ รวมถึงการค้าขาย ตราชั่งผักบางครั้งชาวบ้านมักจะถูกโกงโดยที่ไม่รู้ตัว เด็กก็สามารถไปอธิบายให้พ่อแม่เข้าใจได้ และด้านสาธารณสุขภายในหมู่บ้าน ชาวบ้านที่นี่จะไม่ขังหมูเพราะเชื่อว่าการขังหมูไว้จะทำให้หมูไม่แพร่พันธ์ ทำให้หมูถ่ายอุจจาระไม่เป็นที่เป็นทางเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ครูก็ได้มีโอกาสเข้าไปเล่าถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น โดยจะพยายามไม่ให้ไปขัดกับความเชื่อของคนในหมู่บ้าน จากนั้นชาวบ้านได้มีการทำคอกเป็นสัดส่วนที่ดีขึ้น

เด็กดอย

“การเป็นครูดอยของครูเรียม คือ การทำหน้าที่จากความรู้สึกของจิตใจ เพราะเราอยู่บนดอย สภาพพื้นที่บนดอยนั้นไม่มีความพร้อม เพราะฉะนั้นคนที่จะเป็นครูดอย ต้องพร้อมทำหน้าที่ได้ตลอดเวลา เป็นครู เป็นหมอ เป็นทุกอย่างที่สามารถทำประโยชน์ให้กับพื้นที่นั้นได้ เราอยากให้โอกาสเด็ก และอยากให้ทุกคนได้รู้ว่า เด็กสามารถได้รับความรู้ ได้รับการศึกษา แม้ว่าเค้าจะเป็นเด็กบนดอย เค้าก็สามารถมีความรู้ มีทุกสิ่งทุกอย่างเท่าเทียมกันกับเด็กอื่นๆ ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย” ครูเรียม บอกเล่าถึงความรู้สึก

กระทั่งมีเหตุการณ์หนึ่ง ที่ทำให้ครูเรียมซาบซึ้งใจที่สุดคือ วันที่ 11 มีนาคม 2535 เป็นวันที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จที่บ้านขอบด้ง ครูเรียมได้มีโอกาสถวายรายงานพระองค์ท่าน ดำรัสที่พระองค์ท่านฝากครูเรียม คือ “ฉันฝากเด็กชาวเขาเหล่านี้ด้วย ตัวฉันอยู่ไกล ครูดูแลด้วยนะ” ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ครูเรียมตัดสินใจว่า จะขอเป็นครูที่ขอบด้งจนไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ได้ ถึงแม้จะเกษียณแล้วก็ตามจะขอทำหน้าที่ต่อไปเพื่อเป็นประโยชน์ต่อที่นั่น
เด็กดอย

จากความเสียสละและทุ่มเทสะท้อนให้เห็นว่า “ครู” นอกจากจะเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นให้เกิดกับศิษย์แล้ว ยังช่วยค้ำชูสังคมไทยให้เกิดความเข้มแข็ง เพราะครูคือผู้สร้างคนเติบโตขึ้นไปพัฒนาประเทศ เรื่องราวของครูเรียมเป็นหนึ่งเรื่องราวของคนตัวเล็กๆ กับพลังความดีที่ยิ่งใหญ่ พวกเราทุกคนสามารถเป็นหนึ่งในพลังความดี เพื่อสานต่อเป็นพลังแผ่นดิน ผ่านโครงการจิตอาสาพลังแผ่นดิน สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.palangpandin.com #จิตอาสาพลังแผ่นดิน #palangpandin

เนื้อหาจาก www.thaihealth.or.th

ขอบคุณรูปภาพ เว็บไซต์ความสุขประเทศไทย และ เฟสบุค โรงเรียนบ้านขอบด้ง

ขออนุญาตใช้เนื้อหา