ปวดประจำเดือน ทรมานพอๆ กับ หัวใจวาย แต่ทำไม คุณหมอถึงไม่ค่อยให้ความสำคัญนะ ?

Home / health / ปวดประจำเดือน ทรมานพอๆ กับ หัวใจวาย แต่ทำไม คุณหมอถึงไม่ค่อยให้ความสำคัญนะ ?

John Guillebaud ศาสตราจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของวัยเจริญพันธุ์ จากมหาวิทยาลัย College London ได้เปิดเผยถึงผลการวิจัยว่า อาการ ปวดประจำเดือน นั้นสามารถทำให้ผู้ป่วยทรมานได้เท่าๆ กับ อาการหัวใจวาย ศาสตราจารย์ John Guillebaud กล่าวว่า ” แน่นอนว่า ผู้ชายเราไม่เข้าใจหรอกว่าอาการปวดประจำเดือนจะรู้สึกอย่างไร และก็ไม่สนใจที่จะรู้ด้วย ซึ่งผมเชื่อว่า จริงๆ แล้ว มันเป็นเรื่องที่เราควรใส่ใจมากๆ ว่าเราจะให้ความช่วยเหลือให้ผู้หญิงเขารักษาอาการปวดประจำเดือนได้อย่างไร ”

ปวดประจำเดือน

ด็อกเตอร์ Imogen Shaw แพทย์ทั่วไปผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช กล่าวว่า ” ผมจะไม่เล่าหรอกนะว่า ได้ตรวจรักษาอาการปวดประจำเดือนมามากเท่าไหร่แล้ว” และ เมื่อถามถึงประเด็นว่าด้วยเรื่องการผู้ชายได้ทดลองประสบการณ์การปวดประจำเดือนดูบ้าง ด็อกเตอร์ Shaw กล่าวว่า ” ผมสงสัยว่ามันจะกลายเป็นการเหยียดเพศไปน่ะสิ”

มันเป็นเรื่องประหลาดที่มีบุคลากรทางการแพทย์เพียงส่วนน้อยที่เข้ามาทำงานและให้ความสำคัญกับเรื่องประจำเดือน ถึงแม้ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะได้เห็นแคมเปญเกี่ยวกับการมีประจำเดือนบ่อยขึ้นในโลกโซเชียลก็ตาม แต่มันก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะกลายเป็นประเด็นในการสัมมนาทางการแพทย์ได้ และยังไม่ค่อยได้รับการพิจารณาทางการแพทย์อย่างจริงจังเสียด้วย เราขาดแคลนงานวิจัย ที่จะศึกษาถึงวิธีการป้องกันการปวด หรือ การบรรเทาอาการปวดประจำเดือน รวมถึง การวิจัยเชิงลึกในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ใช้รองรับประจำเดือนอย่าง ผ้าอนามัยแบบสอด ถ้วยเก็บประจำเดือน และผ้าอนามัย

ผ้าอนามัย

ไม่ใช่เพียงแต่เรื่องอาการปวดประจำเดือนเท่านั้นที่ถูกเพิกเฉย แต่ยังหมายรวมถึงการเข้ารับการรักษาอาการปวดอื่นๆ ของผู้ป่วยหญิงอีกด้วย ซึ่งงานวิจัยล่าสุดได้กล่าวไว้ ว่า อาการปวดในผู้ป่วยหญิงจะได้รับการดูแลอย่างจริงจังน้อยมากๆ จากคุณหมอ

โดยเฉลี่ยแล้ว เพศชายสามารถทนต่ออาการปวดท้องได้ประมาณ 49 นาที ในขณะที่เพศหญิง สามารถอดทนต่อการปวดท้องได้ถึง 65 นาทีโดยเฉลี่ย เนื่องจากเพศหญิงมักจะคุ้นชินต่อแสดงออกถึงความเจ็บปวดและออกอาการดราม่าต่างๆ เล่นใหญ่ได้มากกว่าผู้ชาย ในขณะที่ผู้ชายจะนั่งฟังอยู่เฉยๆ และเชื่อว่าเขาได้แสดงออกถึงความเจ็บปวดแล้ว

หาหมอ

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นเกี่ยวกับการดราม่าเล่นใหญ่ของเพศหญิง ลองมาดูจาก คำว่า ‘hysterical’ ซึ่งหมายถึง เป็นโรคฮีสทีเรีย นั้นมาจากคำว่า ‘hystericus’ซึ่งแปลว่า มาจากมดลูก นั้นมีความเชื่อมโยงกับทัศนคติของสังคมอย่างแยกไม่ออกเลยว่า การมีมดลูกนั้นจะทำให้คนๆ นั้นมีการแสดงออกอย่างเกินหน้าเกินตามากเพียงใด

แม้กระทั่งในประวัติศาสตร์โลก ก็ยังแทบไม่เคยกล่าวถึง ประเด็นเรื่องประจำเดือนเลยด้วยซ้ำ แต่ก่อนแต่ไร อาการปวดประจำเดือนกลายเป็นเพียงเรื่องที่ต้องกระซิบบอกกันปากต่อปากระหว่างแม่ – ลูก,พี่สาว-น้องสาว หรือเพื่อนผู้หญิงด้วยกันเพียงเท่านั้น มากกว่าการที่จะยกมาพูดคุยกันอย่างเป็นทางการในวงสนทนา และไม่ต้องพูดพงศาวดาร ไม่มีการกล่าวถึงแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เรื่องของประจำเดือนก็ยังหลุดรอดมาจากหน้าประวัติศาสตร์ที่มีการกล่าวถึงอยู่บ้าง ในความคิดของ อริสโตเติลแล้ว ประจำเดือน คือ ยาอายุวัฒนะของชีวิต ที่เมื่อรวมตัวกับอสุจิแล้ว จะผลิตเด็กทารก ซึ่งในแต่ละครั้งที่มีประจำเดือนจะนำความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส และเป็นสิ่งที่ชี้ชัดโดยธรรมชาติว่า นี่แหละคือปมด้อยของเพศหญิง ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้เขาสรุปได้ว่า “เราจึงควรดูแลเพศหญิงในฐานะเทียบเท่าคนพิการ ด้วยเหตุที่เพศหญิงเกิดมาพิการโดยปกติตามธรรมชาติ”

ในสมัยโบราณกาล ได้เล่ากันปากต่อปากว่า สตรีที่มีประจำเดือนจะต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลา 7 วัน จนกระทั่งวันที่ 8 สตรีผู้นั้นจะต้องนำเต่าหรือนกพิราบหนุ่ม 2 ตัวไปให้พระนักบุญเลือกเพื่อเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปและส่วนที่เหลือจะนำไปเผาบูชายัญต่อ เพื่อลบล้างมลทินของสตรีผู้นั้น (…..!!!! )

ในศตวรรษที่ 18 เป็นยุคที่ให้ความสนใจเรื่องดาราศาสตร์ จึงนำดาราศาสตร์มาอภิปรายเรื่องประจำเดือน โดยนักฟิสิกส์ Richard Mead ได้อธิบายว่า ” ประจำเดือนของเพศหญิงได้รับอิทธิพลจากการเคลื่อนที่โคจรของพระจันทร์” ….ขุ่นพระ!!! นี่มดลูกคนนะคะ ไม่ใช่ปรากฎการณ์น้ำขึ้นน้ำลง !!!

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ได้เกิดการศึกษาวิจัยความเชื่อมโยงระหว่างเลือดประจำเดือน และ เยื่อบุมดลูก แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ทำให้เกิดการอภิปรายเกี่ยวกับประจำเดือนในทางการแพทย์มากขึ้น

ผู้หญิง

ถึงแม้ว่าการมีประจำเดือนจะส่งผลต่อ ผู้หญิงและผู้ชายข้ามเพศทั่วโลกในทุกๆ เดือน แต่อาการปวดประจำเดือนก็ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจ และไม่ได้รับการคิดค้นที่จะหาวิธีทางบรรเทาอาการปวดสักเท่าใดนัก ซึ่งจริงๆ มันคือเรื่องใหญ่นะ แต่เพราะ ประจำเดือน ถูกจำกัดว่า เป็นเพียง “ปัญหาของผู้หญิง” เท่านั้น และ ถูกตีความว่า เป็น ” ความเจ็บปวดโดยธรรมชาติของความเป็นหญิงที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ” ที่เกือบๆ เหมือนจะถูกสาปมานั่นแหละค่ะ (มาปวดเหมือนฉันป่ะล่ะ คุณผู้ชายขา?) ไหนจะเจ็บปวดตอนคลอดลูกอีก นี่มันคืออะไรกันคะยู!!!?

มันเหมือนกับว่า เรากำลังถามเพื่อบรรเทาอาการปวดให้น้อยลง หรือเพื่ออ้างสิทธิความเป็นหญิงในการมีสิทธิที่จะโวยวาย ให้อดทนในการที่จะสืบพันธุ์ต่อไป เปล่าค่ะ !! เรากำลังต้องการให้มีการถกเถียงกันในทางการแพทย์ให้มากขึ้นต่างหาก เพื่อช่วยเหลือหรือ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนา การบรรเทาปวด ที่จะไม่สูญหายไปเพียงเพราะมันเป็นเพียงเรื่องของเพศสภาพ ที่ให้เราปิดปากลงซะ แล้วก็กอดกระเป๋าน้ำร้อนให้แน่นๆ หน้าท้องเธอไว้สิ

กระเป๋าน้ำร้อน

จากความคิดของอริสโตเติล และความเชื่อโบราณกาลเกี่ยวกับเรื่องของประจำเดือน ก็พอจะเข้าใจได้ว่า เรามีความรู้เกี่ยวกับประจำเดือนกันมากน้อยเพียงใด และเรายังต้องการความใส่ใจจากบุคลากรทางการแพทย์ให้มากขึ้นค่ะ

ประจำเดือนอาจจะไม่ใช่เรื่องต้องห้ามพูดถึงอีกต่อไปเหมือนอย่างที่เคยเป็น แต่ก็ยังคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่จะได้รับความใส่ใจในการวินิจฉัยโรคเพื่อเข้ารับการรักษา ทั้งๆ ที่ผู้หญิงเราต้องเจ็บปวดเพราะประจำเดือนกันอยู่ทุกเดือนต่อไป

เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women MThai Team
ที่มาจาก www.independent.co.uk

facebook

ขออนุญาตใช้เนื้อหา