Krua.Co การทำงาน ครอบครัว ผู้ชาย ผู้หญิง วรรณแวว หงษ์วิวัฒน์ เชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์

2 น้องพี่ที่รัก เชฟน่าน – วรรณแวว ความถนัดที่แตกต่าง เติมเต็ม การทำงาน ร่วมกัน

Home / Scoop คนดัง / 2 น้องพี่ที่รัก เชฟน่าน – วรรณแวว ความถนัดที่แตกต่าง เติมเต็ม การทำงาน ร่วมกัน

หนึ่งในนิตยสารอาหารที่โดดเด่นของไทยอีกหนึ่งหัว คือ นิตยสารครัว ของสำนักพิมพ์แสงแดด ภายใต้การนำของครอบครัว หงษ์วิวัฒน์ ในรุ่นแรกคือ คุณนิดดา หงษ์วิวัฒน์และคุณทวีทอง หงษ์วิวัฒน์  หลังจากเปลี่ยนผ่านจากยุคอะนาล็อก เข้าสู่ยุคดิจิตอล นิตยสารครัวได้ปิดตัวลง แต่คอนเทนต์อาหารยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ส่งไม้ต่อสู่รุ่น 2 ของครอบครัวหงษ์วิวัฒน์ 4 พี่น้อง คุณตุลย์ – ตุลย์ หงษ์วิวัฒน์, คุณต้อง – เชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์, คุณวรรณ-วรรณแวว หงษ์วิวัฒน์และคุณแวว-แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์  ที่มีความสามารถ การทำงาน โดดเด่นแตกต่างกันไป  ในนาม Krua.Co   คอนเทนต์ วีดิโอ ออนไลน์ ที่มีเรื่องราวอาหารเป็นศูนย์กลางของครอบครัวเพื่อส่งต่อวัฒนธรรมทางการกินที่จะไม่ให้สูญหายไปจากสังคมไทย วันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ 2 น้องพี่ที่รัก เชฟน่าน – วรรณแวว 2 ใน 4 ของหัวเรือ Krua.Co ค่ะ

เชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์  เป็นที่รู้จักกันดีทางหน้าจอ ในฐานะ เชฟ และ พิธีกรรายการทีวีทำอาหาร หากแต่งานหลักคือ บทบาทการเป็น GM แห่งสำนักพิมพ์แสงแดดและเว็บไซต์ Krua.Co นำเสนอเนื้อหาคอนเทนต์เกี่ยวข้องกับอาหารการกินและ ส่วนคุณวรรณ  – วรรณแวว หงษ์วิวัฒน์  Editor in Chief ของ Krua.Co และอีกบทบาทหนึ่งที่เธอรักและชอบคือ 1 ในทีมเขียนบทซีรี่ส์นาดาว อย่าง ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ฯลฯ  และกำกับมิวสิควีดิโอต่างๆ มากมาย

น้องพี่ที่รัก

บทบาทการเป็นนักเขียน ความท้าทายในงานเขียนบท
คุณวรรณ : รู้สึกเหมือนตัวเองมีหลายโหมด ทำทั้งงานซีรีส์ที่เป็นฟิกชั่น เขียนบทซีรี่ส์ ทำคอนเทนต์ ถ่ายงาน production รู้สึกเหมือนคนละเนเจอร์ แต่หัวใจร่วมกันคือการสื่อสารอะไรสักอย่างหนึ่ง วรรณรู้สึกว่าวิธีการสื่อสารคอนเทนต์ ค่อนข้างลื่นไหลไปตามสื่อต่างๆ แต่ละสื่อก็มีเนเจอร์ไม่เหมือนกัน ถ้าเราสามารถปรับตัวได้ในทุกสื่อมันก็จะเป็นเหมือนการจัดทำในแต่ละสื่อว่าเราจะสื่อสารอะไร

วรรณแวว หงษ์วิวัฒน์

วิธีการหาไอเดียในการเขียนบท
คุณวรรณ : มันมีส่วนของ creative แบบคิดฟุ้งๆ มโนของเราว่าเราอยากเห็นภาพนี้ อะไรต่างๆ ที่เราสะสมมา เช่น คาแรคเตอร์แบบนี้ที่เราเคยเห็น เราชอบ อยากให้มีในหนัง อะไรประมาณนี้ กับอีกส่วนหนึ่งจะเป็นส่วนหาข้อมูล เขียนในเรื่องที่เราไม่รู้ เช่น เราอยากให้คนเดินละเมอแต่เราไม่รู้ว่าการเดินละเมอมันเกิดจากอะไรบ้างในเชิงความเป็นจริง เราก็ต้องไปหาข้อมูล การนอนละเมอคืออะไร มันเกิดขึ้นจากอะไร มันเป็นเพราะคนๆ นั้นมีปมแบบนี้ได้ไหม มันเลยต้องเกิดจากการหาข้อมูลในการเขียน

เคยดึงบุคลิกของพี่ชายหรือคนในครอบครัวไปเขียนบ้างไหม
คุณวรรณ : มันจะไม่มีใครคนหนึ่งแบบเป๊ะๆ แต่จะผสมกันแบบคนนั้นที คนนี้ที เช่น เราจะเขียนตัวละครเราอาจจะนึกถึงพี่ต้อง ไหนลองดึงมาใช้สิ หรือ วรรณเขียนไวรัลที่เป็นเรื่องของเด็ก เราก็เอาหลานมาเขียน แบบพฤติกรรมบางอย่าง กิจกรรมบางอย่างที่หลานทำ

ครอบครัว

ในการทำงานมีเถียงกันบ้างไหมแบบความคิดเห็นไม่ตรงกัน
คุณน่าน : มีๆ เป็นเรื่องธรรมดาที่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ถ้าถามผม ผมเคารพในความถนัดของเขา เพราะสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่เขาถนัดมากๆ เราเห็นว่าเขาทุ่มเทกับสิ่งที่เราทำมากๆ แล้วเขาก็สามารถที่จะสร้างงานของเขาได้ดี เพราะฉะนั้นในเรื่องงานของเขา เราก็ค่อนข้างเคารพในเรื่องการตัดสินใจ เขาสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานหน้าที่ของเขาได้ดี แต่เราก็จะมีให้ comment สุดท้ายถ้าเกี่ยวข้องกับงานของเขา เราก็ให้เขาตัดสินใจ โดยรวมแล้วที่ทำงานมาด้วยกันไม่ได้มีปัญหาอะไรมากเน้นความเข้าใจ  ผมฝึกมาแล้ว ฝึกกับพ่อแม่มาก่อน

คุณวรรณ: เหมือนครอบครัวเราเป็นครอบครัวที่ทำงานด้วยกันมาตลอด มันก็เลยฝึกมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ในพี่น้องด้วยกัน เหมือนเป็นครอบครัวที่ทำงานด้วยกันตลอดเวลา

คุณน่าน : จริงๆ ปัจจัยที่สำคัญคือว่า ความคาบเกี่ยวของความถนัด มันไม่ทับซ้อนกันมาก อย่างผมประสบการณ์ตรงเคยทำงานกับแม่ กับพ่อมาก่อน ซึ่งบางครั้งมันทับกันมากๆ ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน ทำให้เกิดการทะเลาะ แต่เวลาทำงานกับน้องคือค่อนข้างชัดเจน พื้นที่ของเขาคืออะไร พื้นที่ของเราคืออะไร เราทำหน้าที่อะไร เราไม่ได้ก้าวก่ายของเขา เขาก็ไม่ก้าวก่ายเรา เขาก็มาขอคำปรึกษาแล้วก็ตัดสินใจบนพื้นฐานของการพูดคุยมันก็เลยไม่ค่อยมีปัญหามาก ถือว่าเป็นปัญหาน้อยมากๆ เลยดีกว่า

บทบาทการทำงาน

สมัยก่อนเราจะติดภาพว่าเรื่องเข้าครัวต้องเป็นผู้หญิง
คุณน่าน : จริงๆ ต้องบอกแบบนี้ เฉพาะคนไทยนี่ละที่คนเข้าครัวเป็นผู้หญิง เพราะว่างานในครัวไม่ใช้งานเบา ถ้าที่ญี่ปุ่นลองสังเกต คนทำขนมเป็นผู้ชายทั้งนั้น เพราะงานขนมเป็นงานหนัก การที่จะทำขนมมาถ่าย คือเราไปติดกับภาพแม่ครัวทำที่บ้าน แต่ถ้าเป็นครัวอาชีพจะเป็นงานผู้ชายมากกว่างานผู้หญิง เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี้ด้วยความที่ อาหารมันดูเป็นที่ตื่นตาตื่นใจ เป็น entertainment มากขึ้น เราก็เลยมีความรู้เพิ่มขึ้น ในครัวมีใครบ้าง มันมีตำแหน่งไหนบ้าง มีหนังที่มาถ่ายทำในครัวให้ดู งานในครัวมันคืออะไร เราก็จะเห็นว่าผู้ชายเยอะกว่าจริงๆ ไม่ว่าจะหนังฝรั่ง หนังญี่ปุ่น หนังเกาหลี ในครัวผู้ชายเยอะกว่าผู้หญิง ก็เลยสะท้อนข้อมูลปัจจุบัน ว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่ผู้หญิงอย่างเดียวที่เข้าครัว จริงๆ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายด้วยซ้ำ

จริงๆ ผมเป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้วแต่ไม่ได้ทำ หมายความว่าเป็นคนสนใจ แบบตอนเด็กๆ พี่เขาทำอะไร คุณยายทำอะไร พยายามเข้าไปดู เข้าไปช่วยนิดๆ หน่อย ๆ แต่บ้านเราไม่ใช่แบบ เออ มาสิมา เราช่วยแป๊บๆ เราก็ไปทำอย่างอื่น เราก็หมุนเวียนอยู่แบบนี้ เราก็มี Signature ของเรา ในขณะที่พี่น้องคนอื่นไม่มี เช่น ข้าวผัดแหนม จนถึงทุกวันนี้ ทำกี่ครั้งก็ยังอร่อย เพราะฉะนั้นพอเรียนจบ ได้มาทำที่ออฟฟิศของที่บ้าน มันก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อยากทำอาหารด้วยตนเอง พอมาจุดหนึ่งที่กลับมาจากเรียนต่อ อยากทำอะไรเป็นของตนเองก็เลยเริ่มที่จะทำร้านกาแฟ ร้านอาหาร ก็เลยได้ลงมือทำครัวจริงๆ แต่รู้ไม่พอ ควรจะมีความรู้จริงๆ เรื่องของอาหาร เริ่มที่จะหาช่องทางในการเรียนเพิ่มเติม ก็เรียนรู้กันเอง เรียนรู้ภายในจากออฟฟิศที่มีคนที่ทำงาน เลยตัดสินใจไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสเลย ที่กอร์ดองเบลอ พอเรียนจบก็เป็นการเรียนที่สนุกที่สุดตั้งแต่เรียนอนุบาลมาจนจบปริญญาโท หลังจากนั้นมาก็รู้สึกว่าอาหารเป็นเรื่องที่เราชอบจริงๆ อยู่กับมันแล้วเราไม่เบื่อ ไม่เหนื่อย เราก็ได้ ฟีดแบ็ค ที่ดีก็เลยทำต่อเนื่องมาเรื่อยๆ

นักเขียนบท

คุณวรรณสนใจด้านอาหารไหม
คุณวรรณ: วรรณสนใจด้านอาหารคือชอบกิน ถ้าเจออาหารแปลกคือกิน กินได้ทุกอย่าง ไม่มีข้อจำกัด อาจเป็นเพราะพ่อแม่ตั้งแต่เล็กจนโต เขาก็มีมาให้เราหลากหลายให้เรากินตลอด เราก็เลยแบบไม่มีข้อจำกัดว่ากินอันนี้ไม่ได้ คือกินได้หมด ชอบลองของแปลกด้วย รู้สึกว่าอาหารคือการเรียนรู้ หมายถึงว่าเวลาเราจะไปเที่ยวเราก็อยากกินของท้องถิ่น เวลาเราเจอท้องถิ่นตรงนี้ มีอาหารเฉพาะของเขา เราก็อยากจะลอง แต่ในเรื่องของการทำอาหาร วรรณยังไปไม่ถึง ก็กินของเชฟน่านไปก็ละกัน

คุณน่าน : จริงๆ ก็เป็นสไตล์คุณแม่ คุณแม่ผมที่เริ่มทำสำนักพิมพ์ ทำนิตยสารมาก่อน แกก็เป็นสไตล์นี้ คือแกเป็นพหูสูต ผู้มีความรู้เรื่องอาหารแต่ไม่สามารถทำอาหารได้ แล้วเราก็ซึมซับมาตั้งแต่เด็ก เวลาเขาเดินทางไปไหน เราติดรถไปด้วย ไปตลาดสด ไปลองวัฒนธรรมท้องถิ่นเกี่ยวกับอาหาร เพราะฉะนั้นเราก็เลยมีความสามารถที่จะเปิดรับรสอาหาร อาหารที่มีความแปลกใหม่ แตกต่างกันที่เราไม่เคยกินมาก่อน ทุกคนพี่น้องก็จะเป็นแบบนี้หมดเลย เวลาเดินทางไปไหนทั้งในและต่างประเทศเราก็จะหาข้อมูลก่อนว่าเราจะไปลองอะไร ที่นั่นมีอะไรดี เราควรจะไปหาไหม เราก็จะดั้นด้นไป อาหารเป็นหนึ่งในมิชชั่นการเดินทาง ที่เราจะต้องไปหา ไปลอง ไปสัมผัส ซึ่งเรารู้สึกเหมือนเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมของสถานที่ที่เราไปด้วย

คุณวรรณ : ถ้ามีพ่อไปด้วย พ่อก็จะเป็นคนทำสิ่งนั้น ถ้าเป็นทริปครอบครัว เขาจะมีรายการอาหารของเขา

คุณน่าน : ประเทศนี้ เมืองนี้ ต้องอันนี้

คุณวรรณ : เราก็จะสบาย เดินตามพ่อ

คุณน่าน : อันนี้คือเรื่อง Common ตรงกัน ก็คือว่าเรามีความสุขกับการที่เราได้เรียนรู้เรื่องอาหารใหม่ๆ แต่ไม่ใช่ว่าเราลอง แล้วเราอร่อยทุกอย่าง แต่เราไม่เคยกลัวที่จะลองของใหม่

ทำอาหาร

การทำอาหารมันฝึกกันได้ไหม หรือต้องใช้พรสวรรค์อย่างเดียว

คุณน่าน : เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดอย่างนี้ คิดว่าแบบไม่ทำดีกว่า เช่น เราทำอาหาร เราอาจมีแรงฮึกเหิมบางครั้งในชีวิต แบบฉันอยากทำ เห็นเพื่อนทำได้ ฉันต้องทำได้ซิ พอทำจริงๆ แล้วมันเฟล พอมันเฟล เราก็จะบอกตัวเอง เห็นไหมล่ะบอกแล้วทำไม่ได้ วรรณก็เหมือนกัน ทำเค้กไหม้ 1 รอบ ความฮึกเหิมนั้นหมดไป ผมมองว่าในชีวิตนี้ อายุเท่านี้ เราทำเรื่องยากกว่านี้มาเยอะแล้ว เช่น เราเข้ามหาวิทยาลัย ผมว่ามันยากกว่าทำอาหารเยอะ เราเดินทางไปต่างประเทศมันยากกว่าเยอะ แต่เพียงแค่เวลาเรารู้สึกว่ายากแล้ว เราอดทนต่อหรือเปล่า ขี่จักรยานเราพร้อมที่จะล้มหลายครั้งเพื่อเราจะขี่เป็น แต่อาหารเราไม่พร้อมที่จะไหม้เลย เรากะว่าต้องสมบูรณ์แบบ ถึงทำต่อ

มันเหมือนเป็นความคิดที่เราปิดตัวเองแล้ว เพราะฉะนั้นการทำอาหารต้องบอกว่าสมัยพ่อแม่เรา ก็มันไม่มีร้านอาหารให้เลือกเยอะแยะมากมายให้เลือกกิน ทุกคนมีความจำเป็นต้องทำอาหาร พอมีความจำเป็นก็ทำได้แต่พอเรารู้สึกไม่จำเป็นเราก็ไม่ทำ เพราะฉะนั้นการทำอาหารไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าคุณทำบ่อยๆ ไหม้บ่อยๆ วันหนึ่งมันจะไม่ไหม้แน่นอน วันหนึ่งที่มันเคยไม่อร่อย รสชาติไม่ได้เรื่อง มันจะอร่อยขึ้น เพราะมันเรียนรู้ได้ ปรับปรุงได้ เปลี่ยนแปลงได้

จริงๆ ควรมีสูตรตายตัวไหม หรือสามารถปรับเปลี่ยนได้

คุณน่าน : ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา อาหารสามารถดิ้นได้ตลอดเวลา ไม่มีวันหมดอายุ ดิ้นไปตลอดเวลา ผมจะบอกเสมอว่าไม่มีก็ไม่ต้องใช้ ไม่มีก็ปรับในสิ่งที่เรามี แต่การปรับแล้วหมายความว่าไม่ต้องเหมือนต้นฉบับ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเหมือนต้นฉบับ เพราะเรากับคนที่เราดูความชอบมันต่างกัน หรือแม้กระทั่งผมทำให้วรรณกิน กับทำให้ลูกกิน มันก็คนละ Version กันและทั้งๆ ที่เป็นอาหารเมนูเดียวกัน ส่วนสูตรเป็นเหมือนรสชาติมาตรฐาน มันมีเรื่องราวของมันว่าทำไมต้องใส่ตัวนี้ ทำไมต้องใส่ตัวนั้น ถ้าเราทำอาหารไปเรื่อยๆ แล้วเราชอบที่จะเรียนรู้แล้วก็จะเข้าใจ พอเราเข้าใจ เราก็จะสามารถเรียนรู้ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงมันได้

เหมือนเราไม่เคยขี่จักรยาน เราไม่รู้หรอกว่าเราควรตั้งขาอย่างไร ตอนเด็กๆ เราก็จะถีบมันก็จะหลุดขาตลอดเวลา พอมีลูก ก็เห็นว่าลูกทำแบบนี้ แต่พอเราโต เราไม่เคยมีปัญหากับการวางขาบนจักรยาน อย่างการทำอาหาร ที่เคยเจอคือว่าผมไปเรียนทำอาหารกับแฟนก่อนที่จะเรียนมาเป็นเชฟ ต้องเอาปลาทูน่ามา Seared  เขาบอก 5 วินาทีให้กลับด้าน คนทำอาหารไม่เป็นจะจับเวลาเลยว่า 1 2 3 4 5 ทั้งๆ ที่ไม่รู้เลยว่ากระทะมันร้อนหรือเปล่า คนทำอาหารไม่เป็นจะเป็นแบบนี้เลยจริงๆ คนทำอาหารไม่เป็นจะยึดติดกับขั้นตอนมากๆ เขาก็จะไม่ดูว่าสภาพแวดล้อมมันเป็นยังไง ถ้าความร้อนไม่มี นับ 5 นาทีมันก็เท่าเดิม เป็นเรื่องธรรมดา

ทุกคนต้องมีขั้นตอนการเรียนรู้ คนที่เขาทำอาหารเก่งลองไปดูเพราะเขาเคยไม่เก่งมาก่อน เขาเคยทำไม่เป็นมาก่อน ไม่ใช่ว่าเกิดมาเขาทำเก่ง แต่คนที่เขาทำเก่ง เขาก็มีโอกาสที่ดี เช่น มีคุณยายทำอาหารเก่ง ทำครัวกับคุณยายมาตลอดตั้งแต่ 4 -5 ขวบ แล้วจะไม่ให้เขาเก่งได้ไง เราก็ต้องเรียนรู้ใหม่เป็นเรื่องธรรมดา ผมคอนเฟิร์มว่าใครๆ ก็ทำอาหารได้ เพียงแค่เราต้องอึด เราต้องอดทน ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากแล้วท้องฟ้าจะสดใสเอง

ผลงาน

 

ทั้งคู่มีผลงานที่ตัวเองชอบเป็นพิเศษไหม

คุณวรรณ : พูดยากเพราะคนละแบบกันเลย หมายถึงว่า ส่วนของการทำซีรี่ส์ก็แบบ มันก็แบบสุดทางของมัน ส่วนงานคอนเทนต์ ทำ vdo online ทำ vdo อาหารก็สุดทางในแบบของมัน มันก็เลยพูดยากว่าอันไหนคือที่สุดของที่สุด

คุณน่าน : จริงๆ ผมก็ทำหลายอย่าง แต่ที่รู้สึกปัจจุบันเป็นงานที่วางรากฐาน เป็นงานที่เจริญเติบโตตัว เว็บไซต์ KRUA.CO มันเหมือนร่างจำลองของเจนเนอเรชั่น 2 อย่างเรา อย่างพ่อแม่เขามีหนังสือ มีนิตยสาร ที่เขาสร้างมา ขณะที่พวกเรามีต่อยอดในเรื่องของวีดีโอ มาต่อยอดในเรื่องของการทำรายการต่างๆ พอมา คอนเทนต์ออนไลน์ เรารู้สึกว่ามันเป็นร่างเราจริงๆ เรารู้สึกเป็นร่างที่สานต่อในสิ่งที่เขาทำกันได้อย่างภูมิใจ คือการทำอาหารมันเป็น คอนเทนต์ที่ยาก ได้คุยกับหลายสำนัก เขาบอกว่าอาหารยังไม่ทำหรอก เขาไปทำเรื่องอื่นก่อนดีกว่า อาหารมันดูน้อยๆ เขาก็บอกเขายังไม่ทำหรอก แต่ถ้ายังไม่ทำมันก็จะไม่มีคนทำ แล้วเรื่องราวที่มันสืบต่อจากปู่ย่าตายายก็จะหายไป คือเรื่องราวอาหารเกิดจากคนไทยสืบต่อการสอนในครัว ไม่ได้ถูกบันทึก ไม่ได้เป็นแบบฝรั่งเศสที่มีการบันทึก มีการทำเป็นระบบ เพราะฉะนั้นเราก็มองว่า KRUA.CO เป็นช่องทางในการบันทึกเรื่องราว นำเสนอเรื่องราวให้คนรุ่นใหม่ คนที่เกิดมากับมือถือหรือ สมาร์ทโฟนได้รู้จักกับประเทศไทยในมุมมองของอาหารได้มากขึ้น ก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นงานที่เราภูมิใจนะ เป็นงานที่ตั้งต้นขึ้นมาแล้วเราสามารถที่จะสานต่อความตั้งใจหรือว่าจุดมุ่งหมายของรุ่นพ่อแม่เราได้

การทำงาน

สมมติให้ KRUA.CO คือห้องครัวแห่งหนึ่ง  ตำแหน่งบทบาทของเชฟน่านและคุณวรรณ คือใครบ้าง

คุณน่าน : ผมเป็นพ่อบ้าน KRUA.CO หมายความว่ามีปัญหาน้ำรั่ว น้ำไหล ไฟดับ จ่ายเงิน อันนี้คือตำแหน่งพ่อบ้านชัดเจน พ่อบ้านต้องทำอาหารด้วย เพราะฉะนั้นเราก็เป็น continuity ในส่วนของการทำรายการ ทำ คอนเทนต์แล้วก็เขียน แล้วก็ทำงานต่อเนื่อง ตรงนั้นด้วย ส่วนของวรรณน่าจะเป็นโปรดักชั่น เขาจะเป็นคนกำกับ ดูความสวยงาม ทำครัวให้มันน่าใช้ น่ามอง นำเสนอในรูปแบบที่ทุกคนจะมีส่วนร่วมได้ ถ้าให้มองเป็นครัวนะ แต่อาจจะไม่ได้ตรงกับการเป็นครัวที่บ้านซะทีเดียว

ทุกคนอยากประสบความสำเร็จ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำแบบนั้นได้ อยากถามว่าตอนนี้ตัวเองประสบความสำเร็จหรือยัง มีอะไรที่ยังไม่ทำแล้วอยากจะทำอีกไหม

คุณวรรณ: วรรณรู้สึกว่ายังไม่ประสบความสำเร็จนะคะ ที่สุดของที่สุดวรรณอยากกำกับหนัง แต่ตอนนี้ก็ยังค่อยๆ ไปอยู่ วรรณไม่ค่อยเชื่อเรื่องการมีความฝันเดียวเท่าไร เพราะเราทำหลายอย่าง มันมีสิ่งที่เราอยากทำกับสิ่งที่เราต้องควรทำ มันต้องจัดสรรเวลา แต่ขึ้นอยู่กัน connection ชีวิตของแต่ละคนหรือว่า concern ชีวิตของแต่ละคน วรรณว่ามันไม่มีรูปแบบเดียว ฉันมีความฝันฉันต้องทำให้ได้หรือว่า อายุเท่านี้แล้วฉันยังทำไม่ได้คงหมดหวังแล้วมั้ง วรรณว่ามันไปได้หมด

ผลงานการทำงาน

คุณน่าน : ยังครับ คือเรายังไม่คิดว่าเราประสบความสำเร็จ เราไม่ได้คิดว่าเรากำลังเดินทางไปสู่เป้าหมายอะไรบางอย่าง เรารู้สึกว่าเราทำวันนี้อย่างตั้งใจให้ดีซึ่งเราก็ทำอยู่ทุกวัน เราก็มีความสุขให้สิ่งที่เราทำทุกวัน เพราะฉะนั้นถ้าถามว่านั่นคือเป้าหมายไหม ก็ตอบว่าใช่ แต่มันไม่ใช่เป้าหมายของการพิชิตยอดเขาแล้วเราจะเดินออกจากยอดเขานั้น มันเหมือนเรามีโอกาสที่ดีในชีวิตจะได้ทำในสิ่งที่เราชอบ เราก็ค้นเจอมันแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็จะทำในสิ่งที่เราทำให้ดีที่สุดทุกวัน

แต่ถ้าพูดถึงคนรุ่นใหม่ว่าทำยังไงดีถึงจะไปสู่ในเส้นทางที่เราต้องการได้ สำหรับน้องๆ รุ่นใหม่ สิ่งที่อยากให้คิดคือว่าเวลาทำอะไรก็ตาม บางทีอาจเป็นสิ่งที่เราชอบหรือสิ่งที่เราไม่ได้ชอบ หน้าที่ของเราคือเราทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด ทำสิ่งนั้นให้เต็มที่ ทำสิ่งนั้นให้ราวกับเราจะไม่เสียใจที่เราทำมันจบไปแล้ว แบบว่าถ้าเราทำแบบนี้เราจะภูมิใจกับสิ่งที่เราพยายามเต็มที่กับมันโดยไม่สนใจปัจจัยเรื่องค่าจ้าง การเงินต่างๆ ขั้นต้นของชีวิตต้องเป็นแบบนี้ คือเราทำเพื่อประสบการณ์จริงๆ

และในฐานะที่ผมผ่านชีวิตมาประมาณหนึ่ง ผมบอกเลยว่าประสบการณ์เป็นสิ่งที่มีมูลค่ามากสำหรับตัวเอง ที่เราสามารถไปต่อยอด ต่อเพิ่มความฝันของเราได้ในอนาคต ถ้าคุณมั่วแต่เลือกงานที่ได้เงินเยอะหรืองานที่แบบชอบทำอย่างเดียว คุณก็จะวนอยู่เรื่องนี้ หาไม่เจอสักที วนอยู่ในอ่าง สุดท้ายคุณก็จะไม่ไปไหน ในขณะที่เพื่อนที่ทุ่มเท งานอะไรมาทำเต็มที่ สุดท้ายเส้นทางมันจะแตกต่างกัน เลยอยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ว่าใช้พลังงานที่มีให้เป็นประโยชน์ สิ่งที่ได้หลังจากออกรั่วมหาวิทยาลัยคือคุณต้องสั่งสมประสบการณ์ สำคัญที่สุด มันคือได้ประสบการณ์เต็มที่แล้ว แล้วคุณยังได้สตางค์อีก

เชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์

มุมมองของผู้ชาย อยากให้ผู้หญิงยุคใหม่เป็นแบบไหน

คุณน่าน : อยากให้ผู้หญิงยุคใหม่เป็นตัวของตัวเอง เราเท่าเทียมกัน ผู้หญิงกับผู้ชายก็เป็นคนเหมือนกัน มีความถนัดที่แตกต่างกัน ความชอบที่แตกต่างกัน แต่บนพื้นฐานความเท่าเทียม เป็นตัวของตัวเอง มีความมั่นใจ และอยากให้ผู้หญิงยุคใหม่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คือถ้าเรามีพอแล้ว ก็คิดจะทำประโยชน์ให้คนอื่น คืออยากให้มีความเอื้ออาทรต่อคนรอบข้าง ต่อคนในครอบครัว เพื่อนร่วมประเทศ เพื่อนร่วมโลก คือเรามองว่าเราอยากให้ลูกสาวเรามีความดีเป็นที่ตั้งแล้วก็ยังคงความภาคภูมิใจในตัวเอง 2 อย่างนี้เป็นที่ตั้ง จริงๆ ไม่ใช่แค่ผู้หญิงยุคใหม่เท่านั้น ทุกคนล่ะ  เรามองว่าถ้าเป็นแบบนี้โลกจะน่าอยู่ขึ้น

ติดตามผลงานได้ที่ช่องทาง KRUAdotCO

ขออนุญาตใช้เนื้อหา