นิสัยที่ควรเปลี่ยน พฤติกรรมที่ควรเลิกทำ พฤติกรรมแย่ๆ รักษาสุขภาพ

10 พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ที่ควรเลิกทำ ก่อนจะสาย!!!

Home / health / 10 พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ที่ควรเลิกทำ ก่อนจะสาย!!!

แปลกนะสมัยนี้เทรนด์สุขภาพก็มาแรง หลายคนเปลี่ยนมากินอาหารคลีน วิ่งบนลู่วันละ 30 นาที แต่ขณะเดียวก็เจ็บป่วยเป็นไข้หวัดกันมากมาย นั่นเป็นเพราะเราอาจเผลอทำพฤติกรรมหรือกิจวัตรประจำวันที่เสี่ยงทำร้ายสุขภาพ โดยที่ไม่รู้ตัว ว่าแล้วเรามาดูกันว่า 10 พฤติกรรมแย่ๆ ที่ส่งผลเสียต่อเสียต่อตัวเรามีอะไรบ้าง

1. สวมเสื้อผ้าที่คับจนเกินไปแทนชุดนอน

ช่วงเวลานอนควรเป็นเวลาที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ การสวมเสื้อผ้าที่คับหรือแน่นเกินไปจะส่งผลกระทบต่อระบบหมุนเวียนเลือดจึงส่งผลให้คุณรู้สึกร้อน อัดอัด ไม่สบายตัว และอาจทำให้นอนหลับไม่สนิทได้

2. แปรงฟันแรงๆ เป็นประจำ

หลายคนอาจคิดว่าการแปรงฟันแรงๆ จะช่วยให้คราบสกปรกหรือเศษอาหารหลุดออกได้ง่าย และทำให้ฟันสะอาดขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่าความคิดนี้เป็นความคิดที่ผิดมาก!  เพราะการแปรงฟันแรงๆ จะเป็นอันตรายต่อเหงือก และฟัน รวมทั้งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพฟันในระยะยาว

ที่สำคัญคุณควรรักษาความสะอาดของแปรงสีฟันด้วย จึงควรเปลี่ยนแปรงทุก 3-4 เดือน และเก็บแยกต่างหากในกล่องเพื่อไม่ให้ปนเปื้อนเชื้อโรคในห้องน้ำ

พฤติกรรมที่ควรเลิกทำ

3. ชอบทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน

การทำงานหนักหรืออาสารับผิดชอบงานหลายๆ อย่างพร้อมกันอาจทำให้คุณก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยสุขภาพที่ทรุดโทรมลงและผลงานที่อาจไม่มีประสิทธิภาพ โดยมีงานวิจัยเผยว่า คนที่ทำหลายๆ อย่างพร้อมกันจะมีเพียง 2% เท่านั้นที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้นคุณจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการทำหลายอย่างพร้อมๆ กัน เพราะจะทำให้เกิดความพะวง และเกิดความผิดพลาดได้ง่าย ดังนั้น เพื่อให้เกิดความรอบคอบจึงควรทำทีละอย่าง ทีละขั้นตอน ป้องกันการสับสน และไม่เกิดความผิดพลาด

4. เป็นคนเครียดกับสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม

อย่าลืมว่าเราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปอย่างที่ตั้งใจได้เสมอ ดังนั้นอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงเป็นโรคเครียดเรื้อรังนะ คุณควรนำศิลปะแห่งการปฏิเสธมาใช้บ้าง อย่าตกลงรับงานเยอะๆ จนไม่มีเวลาทำ หากสิ่งใดที่อยู่นอกเหนือการควบคุมก็ควรทำความเข้าใจ และปล่อยวางเพื่อไม่ให้เกิดความเครียด

5. วินิจฉัยโรคเองด้วยกูเกิ้ล

สมัยนี้เป็นสังคมแห่งโลกออนไลน์ก็จริง แต่บางครั้งอินเทอร์เน็ตก็เป็นแหล่งข้อมูลที่ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะเวลาที่คุณใช้เพื่อเสิร์ชข้อมูลวินิจฉัยอาการเจ็บป่วยของตัวเอง คุณอาจกังวลหนักกว่าเดิมจนตีโพยตีพายไปว่าตัวเองเป็นโรคร้ายแรงที่เสิร์ชเจอ ซึ่งจะทำให้คุณไม่ได้รักษาอาการที่เป็นอย่างถูกต้องหรือทันเวลา

6. ผัดวันประกันพรุ่งจนติดเป็นนิสัย

การผัดวันประกันพรุ่งบ่อยๆ จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ทำอะไรไม่สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน หากทำจนติดเป็นนิสัยอาจจะส่งผลกระทบต่อการเรียน หรือการทำงานได้

7. มักแสดงด้านลบผ่านภาษากาย

การกอดอก หรือส่งสายตาก้าวร้าว หรือทำหน้าบึ้งตึงเป็นประจำถือเป็นพฤติกรรมการแสดงออกผ่านภาษากายที่เป็นลบ รวมถึงการฝืนยิ้มก็อาจจะทำให้คุณไม่มีความสุขไปตลอดทั้งวันเลย นอกจากจะทำให้ผู้พบเห็นไม่ประทับใจในตัวคุณแล้ว ยังเป็นพฤติกรรมที่ชวนให้คนรู้จักอยากตีตัวออกห่าง

พฤติกรรมที่ควรเลิกทำ

8. ดื่มกาแฟเป็นสิ่งแรกเมื่อตื่นนอน

มีงานวิจัยพบว่าคาเฟอีนช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ดี ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน และอาจถึงขั้นช่วยให้อายุยืน แต่การดื่มกาแฟเป็นสิ่งแรกเมื่อตื่นนอนจะทำให้ร่างกายคุณกระหายน้ำยิ่งกว่าเดิม หลังจากที่อดข้าวอดน้ำมาหลายชั่วโมงระหว่างที่นอนหลับ ดังนั้น คุณควรเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำเปล่าหลายๆ แก้ว แล้วค่อยพุ่งไปยังเครื่องทำกาแฟดีกว่า

9. สวมรองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าแตะทุกวัน

รองเท้าส้นสูงช่วยทำให้ขาดูยาวขึ้น และทำให้คุณดูสง่างามมากขึ้นก็จริง แต่การสวมรองเท้าส้นสูงเป็นประจำจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นเส้นเลือดขอดได้ ในขณะเดียวกันหากสวมรองเท้าแตะ หรือรองเท้าที่ไม่รองรับน้ำหนัก และซับพอร์ตเท้าให้ดี ก็ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ในอนาคตเช่นกัน

10. บริโภคน้ำตาลมากโดยไม่รู้ตัว

ผู้ใหญ่ควรบริโภคน้ำตาลต่อวันในปริมาณ 6-9 ช้อนชา แต่เชื่อว่าหลายคนคงทะลุปริมาณที่ว่านี้ไปอีกหลายช้อนชาแน่ๆ เพราะแค่กาแฟลาเต้หนึ่งแก้วก็แทบจะเกินแล้ว หรือจากการเติมในน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ แม้แต่บรรดาอาหารเพื่อสุขภาพ อย่าง กราโนล่า และโยเกิร์ตที่อาจมีน้ำตาลสูงถึง 20-40 กรัมใน 1 ผลิตภัณฑ์เลยทีเดียว เพราะฉะนั้น คุณจึงควรอ่านรายละเอียดโภชนาการของแต่ละผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด หันมากินอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป หรือกินน้ำผึ้งแทนน้ำตาล

นอกจากนี้ การดื่มน้ำผลไม้แทนอาหารเช้านอกจากจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนแล้ว ยังทำให้ร่างกายได้รับปริมาณน้ำตาลต่อวันที่มากเกินไปอีกด้วย

คลิป > นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพยอดเยี่ยมแห่งปี 2560

เรียบเรียงโดย… Women Mthai Team

ขออนุญาตใช้เนื้อหา