แววคอนเสิร์ตไทย จะไป “รุ่ง” หรือ “ร่วง”?

Home / Scoop คนดัง / แววคอนเสิร์ตไทย จะไป “รุ่ง” หรือ “ร่วง”?


2 Dandce Concerts 2 Standards





ช่วงเดือนที่ผ่านมามีสองคอนเสิร์ตใหญ่เกิดขึ้นที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี แบบนัดกันจัดในเวลาไล่เลี่ยกันเริ่มที่คอนเสิร์ตไทยเอาใจขาแดนซ์ รวมสี่ศิลปินดัง คริสติน่า อากีลาร์ ใหม่ เจริญปุระ เจ-เจตริน วรรณะสิน และโดม-ปกรณ์ ลัม ซึ่งชิงจัดตัดหน้าว่าที่ศิลปินระดับโลกเชื้อสายเกาหลีที่ชื่อสั้นๆ ว่า เรน



อันที่จริงคอนเสิรต์ทั้งสองนี้ มิควรนำมาเปรียบเทียบกันอย่างยิ่ง มิใช่ว่าด้วยอารมณ์ Bias หรือคลั่งตามกระแสเกาหลีฟีเวอร์ แต่ถ้าคุณได้ไปชมด้วยตัวเองทั้งสองคอนเสิร์ต จะชวนให้รู้สึกอย่างหนึ่งว่า เอาเข้าจริงๆ แล้ว แนวเพลงแดนซ์ในเมืองไทย พัฒนาไปถึงระดับไหนแล้ว ? มีมาตรฐานดีพอที่จะเอาไปคุยโวระดับนานาชาติได้หรือไม่ นี่ยังไม่รวมเรื่อง Performance ของบรรดาศิลปินและแดนซ์เซอร์บนเวทีที่เห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ทั้ง ที่เราเป็นพวกเอเชียหัวดำคือ ๆ กัน




ความแตกต่างแรก คือทักษะด้าน การเต้น (ของทั้งแดนซ์เซอร์และศิลปิน ) การเข้าใจจังหวะดนตรีที่พร้อมจะปล่อยสเต๊บเท้าให้ลื่นไหลไปตามท่วงทำนอง และจังหวะดนตรีที่เอื้อต่อการเต้น อันเป็นแก่นของแนวดนตรีที่เรียกว่าแดนช์มิวสิค Dare to Dance แบบไทยๆ เกิดขึ้นบนแนวคิดของการผสานประโยชน์กับสปอนเซอร์ ที่ต้องการขายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก








แต่ที่ดูจะขัดหนูขัดตาก็ตรงแนวดนตรีที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษนั้นพยายามเหลือเกินที่จะใส่เสียงประดิษฐ์ จำพวกชินธิไทเซอร์ ตามสไตล์เพลง Electronic Pop ที่เหมาะกับการยืนเมาๆ และโยกไหว ๆ มากกว่าทีจะออกลีลาสเต๊บเท้า โยกย้ายส่ายสะโพก และทำให้เสียอารรถรส ของดนตรีออริจินอลแบบไทยๆ ยิ่งนัก


ผลที่ตามมาเห็นจะเป็นการประดิษฐ์ท่าทางการเต้นที่ดูจะขัดเขิน ไม่ลงตัว ยิ่งได้เห็นการเต้นของบรรดาแดนช์เชอร์และศิลปินที่ดูราวกับซ้อมมาน้อยด้วยแล้วก็ให้เพลียใจยิ่งนัก ราวกับโดนบังคับฝืนใจให้มาเล่นคอนเสิร์ต หรืออาจจะเป็นเพราะศิลปินที่บางท่านเหมาะที่จะวางตัวนิ่งๆ ตามวัยที่สูงขึ้นก็เป็นได้ ส่วนคอนเสิร์ตของศิลปินกิมจิ ตอบโจทย์การตลาดได้ทุกระเบียดนิ้ว ตั้งแต่การดีไซน์ดนตรีที่พยายามแสดงจุดยืนที่ชัดเจน ไร้ซึ่งเสียประดิษฐ์ ตื๊ดๆๆๆ ชวนเวียนหัว (แม้ว่างานดนตรีจะไม่ได้วิเศษวิโสอะไรมากก็ตาม )


นั่นอาจจะเป็นเพราะแผนการใหญ่ที่ต้องการผลักดันศิลปินท่านนี้ให้กลายเป็น เวิลด์คลาส อาร์ตติส ก็เป็นได้ แต่สิ่งที่น่าชื่นชมก็คือการจัด Sequence ของเพลง และการฝึกซ้อมที่ทำให้เกิดการพร้อมเพรียง สอดประสานกับจังหวะกลองที่กำหนดสเต๊บได้อย่างลงตัว จึงกลายเป็นความเหมาะเจะพอดีที่ลื่นไหลตั้งแต่ต้นจนจบคอนเสิร์ต





ความแตกต่างอีกอย่างก็คือความสามารถของศิลปิน ที่ชวนให้นึกว่า การเชิญโดม ปกรณ์ ลัม มาเป็นศิลปินในคอนเสิร์ตนี้เหมาะสมแล้วหรือไม่ เพราะตลอดคอนเสิร์ตนั้นยังไม่เห็นโดมโชว์ลีลาการแดนซ์ นอกไปจากการโยกศีรษะไปมา ตามจังหวะเพลงร๊อคมันส์ๆ ที่ถูกนำมาปรุงแต่งใหม่ให้กลายเป็นอิเลคโทรนิคป๊อปวึ่งก็ได้อรรถรสไปอีกแบบหนึ่ง ส่วนอีกสามท่านนั้นพอเอาตัวรอดไปได้ เพราะแจ้งเกิดมาจากแนวทางนี้โดยตรง แม้จะไม่พริ้วเหมือนเมื่อครั้งอดีตก็ตาม ส่วนหนุ่มเรน งานนี้สอบผ่านสบายๆ เพราะมันมาจากสายเลือดของเขากระมัง ! ที่ทำให้เขาสามารถโชว์เดี่ยวได้ตั้งแต่ต้นจนจบคอนเสิร์ต แม้ว่าจะมีบางช่วงที่ขัดหูขัดตาไปบ้าง อย่างท่าทางการถอดแว่นตา ที่ทำเอาอึ้งกิมกี่อยู่พักใหญ่



สิ่งสุดท้ายขอบ่นเฉยๆ ก็คือ ระบบเครื่องเสียงสำหรับการจัดคอนเสิร์ตของเรานั้น จะทำอย่างไรให้มันมีมิติที่ลุ่มลึกและชัดใสมากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาเสียงดนตรีมันดังอย่างเดียวจนแทบจะฟังเสียงร้องของศิลปินไม่ชัด ทำให้รู้สึกว่าคอนเสิร์ตครั้งก่อนที่รักษาดนตรีแบบออริจินอลเอาไว้ จะมีเสน่ห์กว่าเยอะ

………………………………………………………………………………………………………………………………..


Two big concerts took place at Impact Arena, Muang Thong Thani in the last month and the timing was too close to be a coincidence . Four local artists, Christina Aguilar , Mai Charoenpura , Jetrin Wattanasin and Dome Pakorm Lam tok to the stage together just before Korean heartthrob Rain was scheduled to give a concert at the same venue. The choice of date and venue did invite comparison, and as those who were present at both already know, the local talents did not fare very well compared to the global sensation who goes by on name.




The most visible gap was in the dance department. At the Thai concert, the music was jarring with too much synthesized sound that took a lot away from the original tunes. The results were also more suited for a mild bout of drunken head-banging than real dance. This couplde with awkward choreography and an apparent lack of rehearal by artists and backup dancers made it all appear rather forced and tiresome.




The Korean singer’s concert, in contrast, was a brillant production. The sounds were designed to show a clear musical identity (even if the music couldn’t be called great by any stretch of the imagination) , and song sequence and choreography showed real thought and effort.




There was also a talent , gap among the artists. Rocker Dome Pakorn Lam was a questionable choice for a dance concer, and songs he performed on stage were rock tunes rearranged as electronic pop. The three artists who shadow of their old selves. Rain on the other hand is natural at this and commanded the stage from curtain up to curtain down.




A small complaint: Sound dimension and clarity has always been a problem at lacal venues and there should be a way to improve on this.




SPECIAL THANKS : บทความจากนิตยสาร VIVA
VIVA BANGKOK 03



กรกฎาคมนี้ พบได้ทุกที่เก๋ ทั่วกรุงเทพ ( ฟรี นะคะ ขอบอก )
The Emporium
Siam Paragon
Serenade Club
True Shops
Cafés & Restaurants
Sport Clubs & Fitness Centers
Spas & Salons
Hospitals & Clinics
Car Clubs
Airline Lounges
Premium Bookstores
Playground, Etc. gritz


……………………………………………………………………………………

เมื่อหนุ่มเรน ทุ่มสุดตัวให้แฟนคลับชาวไทยได้กรี๊ดกันอีกครั้ง
คอนเสิร์ต”ดัชมิลล์ พรีเซ้นท์ส เรนส์ คัมมิ่ง เวิลด์ ทัวร์ อิน แบงค็อก 2007






เจ-ใหม่-โดม-ติ๊นา ทำลายสถิติแดนซ์นันสต็อป 3 ชั่วโมงเต็ม!!!
พลอย มอบกุหลาบย้ำสัมพันธ์รักหวานกลางเวที