mthai.com/upload_images/natsarut/mark/mark500_1.jpg”>
ชื่อสกุล :: สงกรานต์ สโคลส์
ชื่อเล่น :: Mark
อายุ :: 20 ปี
สูง :: 188.5 ซม.
น้ำหนัก :: 87.1 กก.
อาชีพ :: –
งานอดิเรก :: เล่นรักบี้, กีตาร์
รายการโทรทัศน์
ที่ชอบ :: รายการเฟียร์ แฟคเตอร์
ภาพยนต์ที่ชอบ :: ภาพยนต์เรื่อง Somethings about Marry
ประเภทของดนตรี
ที่ชอบ :: เพลงประเภทคันทรี่ (ชอบวง อีเกิ้ล)
ประเภทของหนังสือ
ที่ชอบ :: ประเภทฆาตกรรม, สืบสวนสอบสวน
กีฬาที่ชอบ :: วอลเล่ย์บอล และรักบี้
นักแสดงที่ชื่นชอบ :: โรเบิร์ต เดอ นีโร
คติประจำใจ :: Do best
\\\\\ /////////// \\\\\

หลายคนอาจจะรู้สึกยินดีกับการที่รัฐบาลไทย สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ และ มติของมหาเถรสมาคมที่ต้องการให้นำเอาพระไตรปิฏกมาสร้างเป็นภาพยนตร์เพื่อให้วัยรุ่นและคนทั่วไปมีโอกาสได้รู้เรื่องราวของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นสิ่งเคารพสูงสุดของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก
เจตนาที่ดีถูกเปลี่ยนมาเป็นรูปธรรมด้วยงบประมาณการสร้างจำนวน 1200 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบจากรัฐบาล 700 กว่าล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินที่พุทธศาสนิกชนบริจาคและสะสมกันมานานมากนั้น ก็ได้ฤกษ์เปิดกล้องกันในวันที่ 23 ตุลาคมนี้แล้ว จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็น ‘ภาพยนตร์โทรทัศน์ที่ศักดิ์สิทธิ์’ ก็ว่าได้

แต่เจตนาที่ดีบางครั้งก็อาจจะกลายเป็นผลงานที่ไม่ดีและหมิ่นเหม่ต่อการถูกคนตั้งข้อสงสัยอย่างช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคัดเลือกตัวนักแสดงเพื่อมารับบทเป็นพระพุทธเจ้าว่า เหมาะสม และสมควรหรือไม่ที่จะหาตัวแสดงมาสวมบทมหาบุรุษผู้มีลักษณะที่ดีพร้อม 32 ประการนี้!!
ในประวัติศาตร์ภาพยนตร์ของโลกน้อยครั้งมากที่จะมีการให้นักแสดงสวมบทพระพุทธเจ้า ส่วนหนึ่งเพราะหาใครที่จะมารับบทได้ยากเต็มที อีกส่วนก็อาจจะทำให้เกิดการประท้วงและเนื่องจากความไม่เหมาะสมด้วยประการต่างๆ และเพราะเหตุนี้หลายคนที่พยายามสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าจึง ‘เลี่ยง’ ไปใช้การสร้างสรรค์ในรูปแบบของ Animation หรือไม่ยอมแสดงภาพของพระองค์พระศาสดาเต็มตัวเสมอมา

คำถามที่น่าสนใจก็คือ จะเกิดอะไรขึ้นกับหนังที่ใช้เวลาสร้างยาวนานและใช้เวลาในการนำเสนอถึง 250 ตอนเรื่องนี้ ถ้าดารานักแสดงวัยรุ่นทั้งหลายที่มารับบทเป็นพระพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์สาวกในเรื่องเกิดไปก่อคดีเมาแล้วขับ มีปัญหาเรื่องชู้สาว หรือประพฤติตัวไม่เหมาะสม หรือสร้างเรื่องอื้อฉาวต่างๆนานาตามที่เป็นข่าวอยู่เสมอ ?

เจตนาดีที่ต้องการสร้างให้พระไตรปิฏกกลายเป็นของบริโภคง่ายในรูปของภาพยนตร์ศักดิ์สิทธิ์ จะกลายเป็นสิ่งของที่ไร้ค่าไปเลยหรือไม่ ? และจะนำความเจ็บช้ำมาสู่บุคคลซึ่งนับถือพุทธศาสนาในไทยมากขนาดไหน ถ้าบุคคลที่รับบทดังกล่าวกลายเป็นข่าวฉาวขึ้นมา ?

เพราะขนาดยังไม่เปิดกล้องกัน เพียงแค่พลิกไปดูแฟ้มประวัติเก่าๆของ หนุ่มมาร์ค ‘สงกรานต์ (สโคลส์) ทัพมณี’ อาการเสียววาบว่า งานนี้อาจจะโดนคนลุกขึ้นมาประท้วงกันยกใหญ่ เหมือนที่ครั้งหนึ่งเคยมีการประท้วงหนังองคุลีมาลมาแล้ว ประเด็นคือ หนังเรื่ององคุลามาลสร้างโดยนายทุน แต่สำหรับเรื่องของพระไตรปิฏกนี้ หน่วยงานรัฐเกี่ยวข้องเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งควรจะมีความรับผิดชอบและมีวิจารณญานมากกว่าที่เป็นอยู่

ขณะที่นายสนั่นพงษ์ สุขดี เป็นผู้อำนวยการสร้าง โดยมีนาย พยุงเวทย์ พยกุล เป็นผู้กำกับ อ้างว่าเลือกหนุ่มมาร์คมาเพราะดูแล้วสุขุมและน่าเลื่อมใสศรัทธาน่าจะเป็นแบบอย่าง ก็ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า การที่หนุ่มมาร์คแจ้งเกิดจากการคว้าตำแหน่งเป็นรองอันดับ 2 หนุ่มเอ็มไทยแลนด์ ปี 2005 (รุ่นเดียวกับโฬม พัชฏะ นามปาน พระเอกละครสร้อยแสงจันทร์) ซึ่งเป็นการประกวดหาหนุ่มงามที่มีลักษณะเซ็กซี่นั้นก่อให้เกิดการน่าเลื่อมใสศรัทธาขนาดที่ว่าเชียวหรือ ?

เพราะจากการเข้าประกวดดังกล่าว หนุ่มมาร์คก็ทำมาหากินอยู่กับเนื้อหนังมังสาท่าทางทรมานใจหนุ่มมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นงานเดินแบบ ถ่ายปกหนังสือแนววาบหวิวในชุดว่ายน้ำ รวมทั้งอวดสรีระทั่วร่างกายมาหลายย่านน้ำ จนกลายเป็นนายแบบประจำหนังสือแนวผู้ชายที่ได้รับการชื่นชมว่ามี “สายตาที่จิก” มากๆ

เพียงแค่ประวัติเก่าๆ รวมถึงวิถีปฏิบัติเพื่อการดำรงชีพของมาร์คก็อาจจะถูกตั้งข้อสังเกตแล้วว่าเหมาะสมหรือไม่ ?
นอกจากนี้ตัวแสดงอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ ‘ภาพยนตร์ศักดิ์สิทธิ์’ เรื่องนี้ ก็ดูจะร้อนแรงทะลุพิกัดไปมาก ไม่ว่าจะเป็น ธนายง ว่องตระกูล (กระดุม) หนุ่มโดมอนกล้ามใหญ่ ,เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ดารารุ่นเก๋าผู้ที่มีสีสันในเรื่องของชีวิตคู่แบบสุดๆ , รวมไปถึง การ์ตูน อินทิรา (นางร้ายช่อง 7) ซึ่งถูกเลือกให้ถ่ายแนวเซ็กซี่นิตยสารแนวเสือป่าอย่าง FHM มาหมาดๆ ถามว่าทั้งหมดนี้จะเหมาะสมจริงๆหรือที่จะถ่ายทอดเนื้อหาของพระไตรปิฎกออกมา

เมื่อทำเสร็จแล้วภาพยนตร์ชุดเรื่องนี้จะถูกแจกจ่ายไปยังวัดต่างๆและสถานศึกษาทั่วประเทศจนกลายเป็นภาพยนตร์ที่สามารถอ้างอิงได้ คำถามก็คือ เจตนาและความตั้งใจที่ดีนั้นจะถูกมองให้เป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อการคัดเลือกนักแสดงเริ่มต้นเป็นคนที่ไม่เหมาะสมจนทำให้คนไม่เชื่อในสิ่งที่นำเสนอทั้งหมด

จนสุดท้ายกลายเป็นการสร้างรอยด่างและทำลายพระพุทธศาสนาโดยไม่รู้ตัว เพราะเพียงเบื้องต้นของการคัดเลือกนักแสดง ก็ตกม้าตายเสียแล้ว

ที่สำคัญงบในการสร้าง(รอยด่าง)นี้สูงถึง 1200 ล้านบาทซึ่งทั้งหมดเป็นเงินบริจาคและงบจากรัฐบาลอันมาจากภาษีของประชาชนทั้งสิ้น!!!
ขอขอบคุณภาพสวยคุณภาพโดย : demand de l’ homme ฉบับที่ 9








