นิ้ง กุลสตรี วิวาห์กับหนุ่มนักบินนอกวงการ

Home / Wedding Star / นิ้ง กุลสตรี วิวาห์กับหนุ่มนักบินนอกวงการ


ดาราสาวที่ห่างหายจาหวงการบันเทิง ไปอยู่ในแวดวงแอร์โฮสเตสอย่าง นิ้ง กุลสตรี ศิริพงศ์ปรีดา ที่เข้าพิธีแต่งงานกับ นักบินสายการบินแอร์เอเชีย น.ต.ไพรรัตน์ (ใหญ่) อินทรศักดิ์
ซึ่งทั้งคู่ได้เข้าพิธีหมั้นกันไปเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมของปีที่แล้ว แต่ในค่ำวันเดียวกันนี้เป็นงานฉลองเลี้ยงสมรสอย่างเป็นทางการที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนลตัล เมื่อช่วงค่ำซึ่งแขกเหรื่อในวงการบันเทิงก็นำทีมโดยเฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ อดีตเจ้านายเก่าของเจ้าสาว, กิ๊บซี่ เกิร์ลลี่ เบอรี่ มากับแฟนหนุ่ม สุรเกียรติ เทียนทอง, ดัง พันกร ส่วนใหญ่เป็นดาราในสังกัดอาร์เอสที่มาร่วมงาน ซึ่งทั้งบ่าวสาวเปิดใจกับสื่อมวลชนว่ารักครั้งนี้เหมือนพรหมลิขิตที่ทำให้มาเจอกัน เพราะก่อนหน้านี้อยู่คนละวงการไม่น่าจะมาเจอกันได้




นิ้ง :
ก็รู้สึกดีใจมากๆ ค่ะ ที่หนึ่งชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ได้เรียนหนังสือจบทำงานมีโอกาสได้อยู่วงการบันเทิงถึง 14 ปี แล้วก็ได้ทำงานที่ตัวเองรักถึง 14 ปี แล้วนิ้งก็ได้ผันตัวเองมาทำอาชีพประจำ จนนิ้งได้มาเจอพี่ใหญ่ ก็รู้สึกดีใจมากๆ ก็คิดว่าถ้าตัวเองเกิดมาครั้งนี้ก็คิดว่าคุ้มมากค่ะ
ใหญ่ : ก็ไม่นึกว่าจะมีวันนี้ได้นะครับ เพราะว่าต่างคนต่างอยู่คนละที่ ก็ได้มาเจอกันก็คงเป็นพรหมลิขิตน่ะครับ ไม่รู้จะพูดคำไหน มีคำนี้คำเดียว
นิ้ง : ใช่ค่ะ เพราะนิ้งยังพูดกับพี่เขาตลอด มันเหมือนเป็นพรหมลิขิตน่ะค่ะ เพราะนิ้งอยู่แต่ในวงการบันเทิงมาตลอด ซึ่งมันเป็นคนละสายงานกัน แล้ววันหนึ่งนิ้งกลับมาบอกว่านิ้งอยากเป็นแอร์โฮสเตท ก็ไปสมัครงานที่สายการบินไทยแอร์เอเชีย แล้วก็ได้มาเจอพี่เขาที่ทำงาน




ส่วนหน้าที่การงานในวงการบันเทิงนั้น นิ้งเผยขอลาวงการไปแบบสวยงามแบบมาดนางเอก และทำอาชีพแอร์โฮสเตทต่อไป ด้านฝ่ายชายเป็นปลื้ม ตื่นเช้านิ้งบีบยาสีฟันให้ทุกวัน ลั่นไม่จำเป็นต้องมีความเป็นแม่บ้านสูง เพราะต่างต้องทำงานด้วยกันทั้งคู่
ใหญ่ :
การใช้ชีวิตคู่ก็เหมือนทั่วๆ ไปของทุกคนนะครับ ก็มีกระทบกระทั่งกันบ้าง มีความสุขบ้าง มีการปรับตัว คือช่วงนี้อาจจะเป็นช่วงปรับ ในการอยู่ร่วมกันน่ะครับ เพราะว่าต่างคนต่างอยู่คนละทิศคนละทางมา ความเคยชินหรือสิ่งที่เคยปฏิบัติทำกันมานี่ ตอนนี้มันอาจจะคนละอย่างกันแล้ว เพราะฉะนั้นก็ถือว่าอยู่ในช่วงปรับ แต่ว่าก็มีความสุขมากครับ
นิ้ง : ก็ปรับเยอะพอสมควร เพราะเราใช้ชีวิตมาตั้ง 32 ปี เราเป็นอย่างไรเราก็เป็นอย่างนั้นมาตลอด แล้วพอต้องมาแต่งงานแล้วอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง คือบางอย่างที่เราไม่เคยทำเลยก็ต้องทำคนละครึ่ง ไม่ได้หยุดในสิ่งที่เราอยากจะทำ อย่างเรื่องงานนิ้งก็บอกพี่เขาว่านิ้งเป็นคนชอบทำงานนะ พี่เขาก็ให้โอกาส แต่เราต้องปรับให้เราทำงานน้อยลง อย่างในวงการบันเทิงเราก็คิดว่าถ้าไม่จำเป็นก็คงไม่ทำแล้ว ขอออกไปอย่างสวยๆ ในฐานะที่ยังเป็นนางเอกอยู่ดีกว่าค่ะ




ใหญ่ :
คำว่าแม่บ้านนะครับมันแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน บางคนอาจจะบอกว่าแม่บ้านต้องมีเสน่ห์ปลายจวัก ต้องทำกับข้าวเป็น แต่ของผมไม่ ของผมคือชีวิตคู่ของผมมันอยู่ในวัยทำงานด้วยกันทั้งคู่ ต้องทำงาน ต่างคนต่างช่วยกัน แต่ถามว่านิ้งเขาเป็นแม่บ้านมั้ย เขาเป้นแม่บ้านที่ดีครับ ตื่นเช้ามาก็มียาสีฟันอยุ๋บนแปรงทุกเช้าที่ตื่นมา
นิ้ง : พี่เขาก็ทำด้วยนะคะ คือก็เคยคิดว่าถ้าเราแต่งงานกันไป ตื่นเช้ามาก็จะต้องมียาสีฟันอยู่บนแปรงทุกวัน ถ้าใครตื่นก่อนก็จะทำให้อีกคนอย่างนี้ค่ะหลายอย่างนิ้งประทับใจเรื่องของกาลเวลามากกว่าค่ะ ใครก็ต้องคิดว่าอยู่ในวงการบันเทิงจะมีแต่คนมาคอยเอาใจ คอยให้ความสุขทุกๆอย่าง หรือว่าอยากจะได้อะไรก็ต้องมีคนให้ แต่จริงๆ แล้วตัวนิ้งที่ขาดก็คือความรัก การดูแลเอาใจใส่ หรือการที่จะมานั่งฟังเราพูดคุยว่าเราเป็นอย่างไร แต่สำหรับผู้หญิงคนอื่นอาจจะคิดว่า อยากได้ความสุขทางกายไปทำงานแล้วหาเงินมาให้เราแค่นั้น ก็คงจะมีความสุขแล้ว แต่สำหรับตัวนิ้งคิดว่า การที่เรามีเขามาคอยรับฟังเรา ว่าเรามีปัญหาอะไรในแต่ละวันตั้งแต่แรกๆที่เราคุยกัน จนถึงวันนี้เกือบ 3 ปีก้ยังมีเขารับฟังอยู่ ก็คิดว่ามีเขานี่แหละที่คอยดูแลเอาใจใส่ทางใจเรามากที่สุด
ส่วนรื่องทายาทนั้น ทั้งคุ๋ติดภารกิจเรื่องการบินที่มาเลเซียจึงไม่มีในปีนี้ ส่วนปีหน้าเจ้าบ่าวบอกพร้อมเต็มที่ ส่วนนิ้งขอมีลูกคนเดียวแล้วจะเลี้ยงให้ดีที่สุด




นิ้ง :
อยากมีแต่ถ้าเป็นตอนนี้ ปีนี้คงจะมีปัญหาค่ะ เพราะว่าทางไทยแอร์เอเชียจะนำเครื่องบิน t 330 เข้ามา แล้วนักบินกับลูกบินทุกคนจะต้องไปเทรนด์ที่ประเทศมาเลเซีย พี่เขาก็จะต้องไปด้วยพอเทรนด์เสร็จแล้วก็จะต้องอยุ๋กับเครื่องบินที่มาเลเซียอีก ก็ต้องอยุ่ที่นั่น 5 เดือน แล้วตัวนิ้งเองก็จะต้องไปเทรนด์ด้วย เลยยังไม่มีเวลาสำหรับเรื่องอื่นเลย ก็แพลนไว้ว่าก็ถ้าจะมีก็คงปีหน้าค่ะ
เป็นผู้หญิงผู้ชาย อะไรก็ได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงผู้ชายก็อยากจะเลี้ยงเขาให้ดีที่สุด ที่ตั้งใจไว้ก็คืออยากจะมีแค่คนเดียว แต่ถ้าน้องเขาจะมาอีกก็ไม่ว่าอะไร แต่ที่คิดไว้คือยากมีคนเดียว แล้วเลี้ยงเขาให้ดีที่สุด และก็อยากจะให้เขาเป็นนักบินเหมือนคุณพ่อ
ใหญ่ : สำหรับเรื่องบุตรครับถ้าถามตอนนี้ก็บอกว่ายังไม่ซีเรียส ก็คงจะปล่อยไปเป็นตามธรรมชาติไม่ได้คุมอะไร แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความพร้อมนี่ก็คงจะเป็นประมาณปีหน้าครับ ตอนนั้นคงจะพร้อมมาากกว่านี้ เพราะว่าช่วงนี้คงจะต้องไปเทรนด์ที่ต่างประเทศ ก็อาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่น่ะครับ ส่วนเรื่องการมีครอบครัวก็คงเหมือนก็คงเหมือนครอบครัวอื่นทั่วๆไป คือเราอยากจะมีลูก มีความสุข มีญาติพี่น้องอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ๆ


ขอบคุณที่มา หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ