การจะทำให้ดูไม่แก่เกินวัยและแข็งแรง ไม่อ่อนแอ ก็น่าจะออกกําลังกํายให้ดูแข็งแรงขึ้น และอาจมีกําลังใจจะทํา ถ้ารู้ว่าอนาคตเราคงเยาว์วัยขึ้นวิธีการที่ง่ายๆไม่ยุ่งยาก มีอยู่ 5 วิธีตามที่ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนสแนะนํา

• อย่ายืนพิง สังเกตคนส่วนมาก เวลายืนถ้ามีที่พิงได้ จะยืนพิงเวลารออะไรเช่นรอขึ้นรถเมล์รอแฟนรอคนมารับ เป็นต้น
บางคนหาเสาหรือกําแพงพิงไม่ได้ ก็พิงรถที่จอดราวบันไดหรือตู้เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นการยืนที่ผิดหลักสุขภาพ เนื่องจากการยืนที่ดี คือยืนตรงหลังไม่งอ จะช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรงไม่พอ ยังช่วยเผาผลาญแคลอรี่ ขาแข็งแรงและช่วยไม่ให้หลังผิดรูป
• ฟิตกล้ามเนื้อ เป็นการกําแขนให้แน่นยกขึ้นเหนือศีรษะ(ท่าคล้าย ๆ การออกกำลังกายของพวกนักกล้าม) พร้อมเกร็งให้กล้ามขึ้นตรงท่อนแขนบน การทําแบบนี้ช่วยให้เลือดลมดีและควรออกกำลังกายส่วนอื่นๆ ของร่างกายไม่ว่าจะเป็นขา ท้องหลัง อก โดยไม่ใช้ลูกตุ้มเหล็กช่วย แต่ใช้ตัวเรานั่นแหละ
• ซื้ออาหารสุขภาพ เวลาไปช้อปปิ้งอาหารการกินเข้าบ้าน ควรไปมุมของสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ขนมปัง นม น้ำผลไม้ เนื้อ เป็นต้น ที่ไม่มีสารพิษ หรือสารกันบูด

• กินแอปเปิลวันละลูก ถ้าไม่ชอบแอปเปิลก็กินลูกแพร์ กล้วยน้าว้า เชอร์รี เป็นต้น ผลไม้เหล่านี้มีวิตามินและกากใยไม่ทําให้มีน้ำตาลในเลือด ถ้ายังไม่ชอบผลไม้ที่กล่าวมา ก็อาจกินลูกพลับ ลูกพีชส้มโอส้มมะละกอแตงโมแคนตาลูปมะม่วงก็ได้การกินก็ไม่ควรกินอย่างเดียวซ้ำซาก ควรเปลี่ยนกินผลไม้แตกต่างกันออกไปแต่ละวันหรือแต่ละมื้อ
ทำกิจกรรมที่ชอบบ้าง เช่นเดินว่ายน้ำ ตีแบดมินตัน ตีเทนนิส เป็นต้น อย่าเอาแต่นั่งนอนตลอดเวลาหรือ กินจนอ้วนเป็นฮิปโปโป จนคนไม่กล้าเข้าใกล้ (กลัวถูกชนตาย)
อย่างไรก็ตาม จะให้ผู้ชายรักเราแบบยั่งยืนก็ต้องดูว่า เขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร ผู้ชายไม่ว่าหนุ่มหรือแก่ย่อมชอบการเอาใจเหมือนกันทั้งนั้น แต่ถ้าเราทําดีฝ่ายเดียวเขาไม่สนใจก็อย่าไปอาลัยอาวรณ์ ให้เปลืองอารมณ์เลย การจะให้ผู้ชายมารักและสนใจก็น่าจะมีมารยาสาไถยบ้างเช่น
• ให้เขารู้สึกสำคัญ ผู้ชายส่วนมากอยากได้รับคําชมเชยเราจึงควรชื่นชมเวลาเขําทําอะไรดีๆเพราะจะทําให้เขาพอใจและรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า นี่เป็นคํากล่าวของดาราเซ็กซี่ BaiLing
• ทำให้เขาผ่อนคลาย การงานมักจะทําให้ผู้ชายเครียด จนอาจอารมณ์เสียไปบ้างก็พยายาม(กัดฟัน)นวดให้เขําบ้าง แม้ไม่ชอบทําหากกลัวเส้นเอ็นขึ้นตามมือถ้าไม่อยํากทําก็เปลี่ยนเป็นทําอาหารอร่อยๆให้เขํากิน แต่ถ้าเราทําอาหารไม่เป็นสับปะรดก็ทําตัวเป็นแม่บ้านอาหารกล่องอร่อยๆ (ก็ซื้อตามร้านไง)หากเป็นสามีภรรยาก็อาบน้ำด้วยกันบ้าง (ถ้าไม่เขินหรืออาย ถ้าเรามีรูปร่างไม่สวยเตะตาใคร)

• แตะเนื้อต้องตัวบ้าง การโอบกอดเป็นการแสดงความรักที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง ฉะนั้นอย่ากลัวที่จะแตะแขนเขา ลูบไล้ใบหน้าเขาบ้าง แตะหรือตบหลังเบาๆ หรือแตะเขาตอนเดินผ่านเราพร้อมมองเขาอย่างรักใคร่ (อย่างจริงใจ)เพราะการเสแสร้งหรือทํามากเกินไปจะดูไม่เป็นธรรมชาติจนเขาอึดอัดใจไม่อยากร่วมมือกับเราต่อไป
• สร้างความรู้สึกใกล้ชิด ผู้ชายส่วนมากไม่ค่อยรู้ว่าจะทําอย่างไรให้ผู้หญิงสนใจ ผู้เชี่ยวชาญ ChrisUlrich แห่ง Body Language Institute ให้ข้อคิดว่า ผู้หญิงต้องกล้าแต่ไม่ใช่หน้าด้านที่จะให้ผู้ชายรู้ด้วยการประสานตากับเขาแบบนุ่มนวลน่าดู (ไม่ใช่น่าขนลุก) เนื่องจากการประสานตาเป็นอาการส่งใจส่งกาย(ไม่ใช่เสียตัวกับใครง่าย ๆ )แค่ให้เขํารู้สึกว่าเรานั้นน่าเข้าใกล้หรือน่าลูบไล้แบบไม่อยากจากไปไหน

• ทำตัวเราให้น่าดู โดยไม่ปล่อยตัวเป็นยายแร้งทึ้งเพราะผู้ชายไม่ว่าหนุ่มหรือแก่ มักจะชอบผู้หญิงที่พอพาไปกินข้าวกับใครได้ไม่อายใคร เราจึงควรมีความงามบ้างไม่มากก็น้อยไม่ใช่ปล่อยให้หน้ามันหรือปรุเป็นรูๆเหมือนโดนปลวกกัดหรือขี้เหร่เหมือนผีเสื้อสมุทรก็คงยากที่จะให้เขามาแลเราได้โดยเฉพาะผู้ชายส่วนมากไม่ชอบผู้หญิงดื่มสุรายาเมา แต่มีความเป็นกุลสตรีสูงแบบ เป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ ไม่ใช่มะม่วงแรด
• ทำอะไรเพื่อเขา เช่นวันเกิดก็จัดงานให้เขาจะได้ปลื้มที่เราไม่ลืมวันเกิดเขา เขาได้เลื่อนชั้นเลื่อนตําแหน่งหรือได้รับการยกย่องก็ต้องแสดงความยินดีกับเขา อย่าทําเฉยเห็นเขาเป็นของตายเพราะเขาจะไปตายกับสาวอื่น
ผู้เชี่ยวชาญการสร้างสัมพันธ์ชายหญิงและนักแต่งหนังสือด้านนี้ พาเมลลา แมดเซ็นกล่าวว่า การเอาใจเล็กๆน้อยๆ เช่นชงกาแฟยกน้ำให้เขําดื่มเตรียมน้ำให้เขาอาบ ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขาเช็ดหรือช่วยเช็ดตัวเขาตอนขึ้นจากสระน้ำ เป็นต้น นี่คือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ผู้ชายหลายคนต้องการ
• ให้อาหารมีพลัง เช่นหอยดิบๆหรือช็อกโกแลตจะช่วยให้เขามีชีวิตชีวาและเพิ่มพลังทางเพศอาหารหลายอย่างช่วยให้พลังทางเพศดีขึ้นไม่เสื่อมก่อนวัยอันควร การกินยาเพิ่มพลังทางเพศซึ่งในระยะยาวอาจทําให้ร่างกายเสื่อมโทรม จนกลายเป็นคนบ่มีไก๊ถาวรก็ได้
7 วิธีนี้ แม้ไม่ใช่สูตรสำเร็จรูป แต่ก็ช่วยให้พอมีผู้ชายมาเห็นดีเห็นงามกับเราได้บ้าง หวังว่าวันนั้นคงไม่นานเกินในปีใหม่นี้
ที่มาเรื่อง: รศ. สุพัตรา สุภาพ
ที่มาบทความจาก นิตยสารแม่บ้าน








