การดูแลสุขภาพ สุขภาพ สุขอนามัย แปรงฟัน

12 พฤติกรรมเกี่ยวกับสุขอนามัย ที่เราเข้าใจผิดมาตลอดชีวิต

Home / ผู้หญิงต้องรู้ / 12 พฤติกรรมเกี่ยวกับสุขอนามัย ที่เราเข้าใจผิดมาตลอดชีวิต

ใครจะคิดว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราปฎิบัติอยู่ทุกวัน จะทำร้ายสุขภาพของเราได้โดยไม่รู้ตัว และนี่คือ 12 เรื่องจริงเกี่ยวกับการดูแลสุขอนามัย ที่คุณอาจเข้าใจผิดมาตลอดว่าวิธีเหล่านี้คือวิธีที่ถูกต้อง ส่วนจะเข้าใจผิดเรื่องอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยดีกว่า

1. กัดเล็บแก้ความเครียด

 สุขอนามัย

บางครั้งอาการเล็บกัดอาจเกิดจากความเครียดทางอารมณ์หรือจิตใจและใช้เป็นวิธีการเอาชนะความรู้สึกเหล่านี้ แต่รู้หรือไม่ว่าการกัดเล็บนั้นทำให้เชื้อโรคเข้าไปในร่างกายเราได้ อีกทั้งยังทำให้เสียบุคลิกอีกต่างหาก

2.ใช้คอตตอนบัดเพื่อทำความสะอาดหู

 สุขอนามัย

การใช้คอตตอนบัดทำความสะอาดหู จะเป็นการผลักเอาขี้หูส่วนหนึ่งดันเข้าไปในหูเพราะส่วนที่เป็นสำลีอาจดันขี้หูเข้าไปจนลึกถึงเยื่อแก้วหูได้ และนำมาซึ่งปัญหาด้านการได้ยินภายหลัง และถ้ายังใช้คอตตอนบัดนานวันเข้าขี้หูจะสะสมเป็นก้อนใหญ่ขึ้น และอาจดันจนเยื่อแก้วหูทะลุเป็นสาเหตุให้สูญเสียการได้ยินถาวรได้ น่ากลัวกว่าที่คิดเลยใช่มั้ยล่ะ

3. ไม่ล้างมือหลังจากใช้ห้องน้ำ

จากงานวิจัยนี้ พบว่าคนมักจะไม่ล้างมือหลังจากใช้ห้องน้ำ เพราะคิดว่ามันไม่สำคัญและเป็นการเสียเวลา ทั้งที่จริงแล้วการล้างมือเป็นวิธีที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดในการป้องกันตัวเองจากการป่วย

4. ไม่เปลี่ยนแปรงสีฟันเป็นเวลานาน

สุขอนามัยที่มักเข้าใจผิด

แปรงสีฟันนี่แหละตัวดีเลย เพราะมันเป็นที่สะสมแบคทีเรียชั้นดี ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณ ทันตแพทย์จึงแนะนำว่าเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 2-3 เดือน หากนานกว่านั้นจะนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพรุนแรงซึ่งอาจนำไปสู่โรคหัวใจได้

5. แปรงฟันไม่ถูกวิธี

การที่เราแปรงฟันไม่ถูกวิธีหรือเร็วเกินไป นอกจากช่องปากและฟันจะไม่สะอาดแล้ว ถ้ายิ่งสะสมคราบหินปูนไว้นานๆ ก็อาจส่งผลเสียต่อหัวใจได้เลยทีเดียว โดยทันตแพทย์แนะนำว่า เราควรแปรงฟันครั้งละไม่ต่ำกว่า 2 นาที และควรแปรงฟันอย่างถูกวิธีด้วย

6. ไม่ใช้ไหมขัดฟัน

ไม่ว่าคุณจะแปรงฟันอย่างถูกวิธีขนาดไหน แต่การไม่ใช้ไหมขัดฟันนั้นก็อาจจะส่งผลเสียต่อเหงือก ดังนั้นการใช้ไหมขัดฟันจึงสามารถช่วยลดแบคทีเรียในช่องปากและป้องกันโรคเหงือกอักเสบได้

7. สครับใบหน้าทุกวัน

สุขอนามัยที่มักเข้าใจผิด

หากคุณมีพฤติกรรมนี้อยู่ ขอให้ หยุด หยุด และหยุด เพราะนี่คือการทำให้ผิวหน้าที่เรียบเนียนของคุณเป็นสิวและริ้วรอย ซ้ำยังทำให้คุณดูแก่ขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ แพทย์ผิวหนังแนะนำให้สครับผิวหน้าเพียง 2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว

8. ไม่ทำความสะอาดสิ่งที่คุณใช้ทุกวัน

อย่าละเลยของใช้ใกล้ตัว เช่น ลูกบิดประตู, แป้นพิมพ์, สวิตช์ และ มือถือของคุณ เพราะนี่ถือแหล่งสะสมแบคทีเรียชั้นดีเลยล่ะ

9. ยาสีฟันที่เติมฟลูออไรด์

ในเด็กเล็กๆ นั้น ขณะแปรงฟันบางครั้งจะกลืนยาสีฟันเข้าไปด้วย หากเป็นยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์อาจส่งผลให้เกิดการสะสมในร่างกายได้และอาจส่งผลต่อการพัฒนาของฟันที่ไม่สวยงาม และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอัลไซเมอร์

10. ใช้ปลอกหมอนผ้าฝ้าย

สุขอนามัยที่มักเข้าใจผิด

ผ้าฝ้ายทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า ทำให้ผิวแห้ง และทำให้ผมเสีย ดังนั้นทางที่ดีสำหรับคนที่มีปัญหา ควรใช้ปลอกหมอนที่ทำจากผ้าไหม ซึ่งสามารถแก้ปัญหาที่กล่าวมาได้ทั้งหมด

11. ดูดฝุ่นบ่อยเกินไป

สุขอนามัยที่มักเข้าใจผิด

ถ้าคุณดูดฝุ่นบ่อยเกินไปก็อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณ และถ้าคุณไม่ทำความสะอาดเครื่องดูดฝุ่นเลย มันก็จะยิ่งกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่างๆ เนื่องจากการใช้การงานของเครื่องดูดฝุ่นนั้น ถูกใช้งานอยู่เป็นประจำหรือทุกวี่ทุกวันก็ว่าได้ จึงทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองและเชื้อโรคต่างๆ มากมาย ซึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือ เกิดกลิ่นเหม็นอับ ทั้งนี้จึงแนะนำให้เปลี่ยนตัวกรองทุกๆ 3 เดือน

12. ตัดปลายเล็บเท้า

 สุขอนามัย

ถ้าคุณตัดเล็บให้สั้นกุดเกินไป ปัญหาแรกที่เจอเลยว่าใส่รองเท้าเดินก็จะเจ็บ และถ้าตัดลึกลงไปมากๆ ก็อาจทำให้เป็นเล็บขบ เพราะแรงกดดันที่เกิดจากการเดินจะทำให้เล็บเติบโตเข้าไปในเนื้อเท้า สร้างความเจ็บปวดอย่างมากและอาจทำให้เดินต่อไม่ไหวเลย

ที่มา brightside.me

ขออนุญาตใช้เนื้อหา