ดูแลร่างกาย ดูแลสุขภาพ สุขภาพดี เคล็ดลับสาวสุขภาพดี เคล็ดลับสุขภาพดี

10 นิสัยที่ว่าแย่ แต่กลับส่งผลดีต่อสุขภาพ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

Home / ผู้หญิงต้องรู้ / 10 นิสัยที่ว่าแย่ แต่กลับส่งผลดีต่อสุขภาพ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

หากดูแบบผิวเผิน ไม่ว่าจะเป็นการนอนกลางวัน การเล่นวีดีโอเกม หรือแม้แต่การเคี้ยวหมากฝรั่ง ก็คงจะดูเป็นเพียงแค่กิจกรรมธรรมดา แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วมันมีส่วนช่วยทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ ถ้าเรารู้จักทำอย่างพอดีและพอประมาณนะ ลองมาดูกันว่ามีนิสัยอะไรบ้างที่หลายคนมองว่าติดลบ แต่จริงๆ แล้วมันช่วยบริหารสุขภาพของเราให้ดีขึ้น

1.การเคี้ยวหมากฝรั่ง ช่วยลดระดับความเครียด อีกทั้งยังเพิ่มหน่วยความจำ

หลายคนอาจมองว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นพฤติกรรมที่ดูไม่สุภาพ แต่ความจริงแล้วมันส่งผลเชิงบวกต่อร่างกายของเรา ในการช่วยเพิ่มหน่วยความจำ, ความสนใจ, ความตื่นตัว และการตัดสินใจ

การศึกษาแสดงว่า คนที่เคี้ยวหมากฝรั่งในระหว่างการทดสอบ สามารถทำการทดสอบได้ดีกว่าถึง 24% สำหรับการทดสอบหน่วยความจำระยะสั้น และดีขึ้น 36% สำหรับการทดสอบหน่วยความจำระยะยาว การศึกษาอื่นพิสูจน์ว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งยังช่วยลดความรู้สึกของความเครียด เพราะจะช่วยลดระดับของฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งมีส่วนในการพัฒนาปฏิกิริยาของความเครียด

2.การเล่นเกม เพิ่มความสามารถในการเรียนรู้และการตัดสินใจ

ภาพ แสง สี เสียง ช่วยให้ระบบการรับข้อมูลทางประสาทสัมผัสของคนเราดีขึ้น และช่วยให้การประมวลผลเพื่อตอบสนองเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้นด้วย นอกจากนี้ วีดีโอเกมแบบที่ต้องวางกลยุทธ์แบบเรียลไทม์ ยังช่วยเพิ่มความสามารถของสมองและความสามารถในการเรียนรู้ได้ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรู้จักแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆ ด้วยนะจ๊ะ

3.การสบถ ช่วยลดความเครียด และเพิ่มความทนทานต่อความเจ็บปวด

แม้ว่าการสบถจะดูเป็นมารยาทที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่การศึกษาจากหลายที่แสดงให้เห็นว่าการสบถสามารถลดความเครียดและช่วยขจัดความยุ่งยากได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มความทนทานต่อความเจ็บปวดได้อีกด้วย ตามการศึกษาที่ดำเนินการโดยคณะจิตวิทยาของ Keele University การสบถเป็นการปลดปล่อยทางอารมณ์ แต่ถ้าคุณใช้มากเกินไป มันจะส่งผลเสียต่อความผูกพันทางอารมณ์และกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีโดยไม่จำเป็น

4.ความยุ่งเหยิง ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์

แม้ว่าการปล่อยให้ห้องรกรุงรังหรือเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง จะเป็นลักษณะที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่จากการทดลองโดย Kathleen Vohs และเพื่อนร่วมงานของเธอที่ University of Minnesota School of Management พบว่า ความยุ่งเหยิงแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ซ่อนอยู่ภายใน

5.นอนตื่นสาย ลดอาการหัวใจวายและอัตราการเต้นที่ไม่เป็นจังหวะ

แม้หลายคนจะมองว่าการนอนตื่นสายเป็นเรื่องของคนขี้เกียจ แต่ความจริงแล้วมันเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ จากการศึกษา ผู้ที่ตื่นเร็วเกินไปสามารถพัฒนาไปสู่ความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง และมีแนวโน้มที่จะพบกับการแข็งตัวของหลอดเลือดแดง, หัวใจวาย, โรคหลอดเลือดสมอง ฉะนั้นอย่าลังเลที่จะตามใจร่างกายของคุณสักหน่อยด้วยการนอนต่อหากไม่มีเรื่องด่วนอะไร

6.การนินทา ช่วยเพิ่มมิตรภาพและบรรเทาความเครียด

ใครๆ ต่างก็ไม่ชอบพฤติกรรมนี้และจัดว่าเป็นนิสัยที่แย่ แต่จากการวิจัยทางจิตวิทยา พบว่า การนินทาจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนให้เติบโตขึ้น ทั้งยังช่วยลดระดับความเครียด ความวิตกกังวล อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางสังคมได้มากยิ่งขึ้นด้วย

7.การเรอ ช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง

การเรออาจฟังดูน่าขยะแขยง แต่มันเป็นเรื่องปกติของกระบวนการย่อยอาหาร การเรอจะช่วยกำจัดก๊าซไม่พึงประสงค์ที่สะสมอยู่ในกระเพาะอาหาร และช่วยรักษาสุขภาพกระเพาะอาหารให้ดีขึ้น

8.ไม่อาบน้ำ ช่วยทำให้ผิวนุ่มและเก็บรักษาแบคทีเรียที่ดี

การอาบน้ำทุกวันโดยเฉพาะกับน้ำร้อนสามารถทำให้ผิวแห้งและทำให้เกิดริ้วรอยได้ อีกทั้งการอาบน้ำด้วยสบู่จะทำลายแบคทีเรียทั้งหมด รวมถึงแบคทีเรียที่ดีด้วย ดังนั้น การอาบน้ำให้น้อยครั้งจะช่วยให้ผิวของเราแข็งแรงได้มากขึ้น

9.การใช้โซเชียลมีเดีย สนับสนุนด้านอารมณ์และทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงกับสังคม

การใช้โซเชียลมีเดีย ช่วยให้คุณรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง ทั้งยังช่วยสนับสนุนความรู้สึกของคุณในหลายแง่มุมได้ นอกจากนี้ มันยังเป็นช่องทางสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างไม่รู้จบ

10.การอาบน้ำเย็น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและลดน้ำหนัก

น้ำเย็นช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้ระดับกรดยูริคลดลงและเพิ่มระดับกลูตาไธโอน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้สารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ทำงานได้ในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยลดความดันโลหิต ล้างหลอดเลือดแดงที่ถูกบล็อก และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของเรา อีกทั้งการอาบน้ำจากฝักบัวยังสามารถช่วยลดน้ำหนักและทำให้เผาผลาญไขมันได้ดีขึ้นด้วย

เมจิ อโณมา ชวนสาวๆ เปลี่ยนวิธีคิด ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่หุ่น!!

ที่มา: brightside.me